สมรภูมิอันแท้จริง

วันที่ 03 กค. พ.ศ.2560

สมรภูมิอันแท้จริง

 

 

                 การรบระหว่างพระซึ่งเป็นธาตุธรรมฝ่ายกุศล กับมารซึ่งเป็นธาตุธรรมฝ่ายอกุศลนั้น สู้กันด้วยบุญและบาป โดยบุญเป็นกระแสหรือเครื่องมือของพระในขณะที่บาปเป็นของมาร พระเดชพระคุณหลวงปู่ อุปมาไว้ว่า สงครามในโลกมนุษย์ที่เรียกว่าสงครามโลก ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 หากนํามารวมกันแล้วก็เป็น เพียงการรบแบบเด็กๆ การรบกับพญามารเท่านั้นจึงเรียกว่าเป็นการรบแบบผู้ใหญ่ ผู้ที่สามารถพูดเช่นนี้ ได้ถือว่าไม่ธรรมดา ถ้าไม่ได้รู้เห็นและทําจริงด้วยตนเองแล้ว จะไม่สามารถกล่าวออกมาได้เลย ดังนั้น การรบภายในจึงยิ่งใหญ่กว่าสงครามโลก เพราะขอบเขตของการรบกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าฟ้าครอบ ยิ่งกว่าโลกและจักรวาล ตราบใดที่สงครามภายในที่แท้จริงยังไม่จบลงสงครามในโลกมนุษย์จะไม่มีวันสิ้นสุด

                นับตั้งแต่มีอายุได้ 47 ปีพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้รวบรวมบุคคลผู้มีธาตุธรรมพิเศษที่มาเกิด เพื่อศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายและเริ่มทําภารกิจในโรงงานทําวิชชา เป็นการเริ่มต้นสงครามอย่างแท้จริง ที่ปราศจากศาสตราวุธยุทโธปกรณ์ ไม่มีการพลัดพราก ไม่มีการสูญเสีย ทุกขั้นตอนของการทําสงคราม ภายในที่แท้จริงกับกิเลสอาสวะและพญามารนั้น มีแต่ความสุขและความบันเทิงใจ

                ผู้ที่ทําหน้าที่ปราบมารในยุคนั้นล้วนมีบารมีแก่กล้า เพราะผู้มีบารมีแก่เท่านั้นจึงปราบมารได้ ถ้าบุญบารมีน้อยจะทําไม่ได้ หากถามว่าจะต้องใช้ บุญบารมีมากขนาดไหนก็ต้องนึกถึงคําของหลวงปู่วัดปากน้ําที่ว่า “ตลอดแสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาลนิพพานถอดกาย ไม่มีใครรู้เรื่องปราบมารเลย”

                คําว่า “นิพพานถอดกาย” ในที่นี้ หมายถึง การเข้านิพพานโดยทิ้งกายมนุษย์เอาไว้เหลือเพียง พระธรรมกายแล้วเข้าสู่อายตนนิพพาน ซึ่งในยุคสมัยของพระเดชพระคุณหลวงปู่นั้น ผู้ที่พูดเช่นนี้มีความ เสี่ยงต่อการถูกจับในข้อหาอวดอุตตริมนุษยธรรมมีสิทธิ์ถูกจับสึก ยึดทรัพย์ยึดข้าวของต่างๆ แต่ท่านก็จําเป็นต้องพูดเพราะต้องการให้ทุกคนได้รู้มิฉะนั้น ก็จะไม่มีใครมีโอกาสได้ล่วงรู้เลย มีเพียงหมู่คณะในโรงงานทําวิชชาเท่านั้นที่จะรู้กัน แม้ว่าท่านจะพูดแล้ว ผู้ฟังก็ยังรู้ได้เพียงเล็กน้อย แต่ไม่มีวันจะรู้ความหมายอันแท้จริงทั้งหมดของสิ่งที่ท่านพูด จนกว่าจะเข้าถึงด้วยตนเอง

                นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องการปราบมาร นับตั้งแต่มาร 5 ฝูง คือ กิเลสมาร ขันธมาร อภิสังขารมาร เทวบุตรมาร และมัจจุมารจนถึง “พญามาร” ซึ่งเป็นผู้ควบคุมมารทั้ง 5 ฝูงนี้ ผู้ที่จะทําภารกิจในการปราบพญามารได้ก็ต้องมี บุญบารมีพิเศษและมีมโนปณิธานที่จะทํางานด้านนี้ โดยเฉพาะ

                การเอาชนะพญามารนั้นต้องชนะด้วยสงครามภายในโดยเข้าถึงวิชชาธรรมกายให้ได้เพราะฉะนั้นวิชชาธรรมกายจึงเป็นสิ่งสําคัญที่สุด ที่จะทําให้รู้ และเห็นได้ว่าพญามารนําอะไรมาใช้เป็นเครื่องมือ ในการบังคับบัญชามนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย วิชชาธรรมกายจะทําให้เราสามารถสืบสาวไปได้ถึงต้นกําเนิด จนกระทั่งได้เห็นมารและภพที่อยู่ของมาร แล้วเข้าไปสู่สมรภูมิแห่งการรบที่แท้จริงภายใน เมื่อใดก็ตามที่สามารถรบชนะสงครามภายในได้สันติสุข และสันติภาพของโลกก็จะเกิดขึ้น ซึ่งคุณยายก็เป็นผู้ที่ อยู่ร่วมในสมรภูมิรบอันแท้จริงด้วย นี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่า เพราะเหตุใดคุณยายจึงเป็นบุคคลสําคัญที่ ควรแก่การยกย่องบูชา

 

 Total Execution Time: 0.0020340164502462 Mins