เป็นหนึ่งไม่มีสอง

วันที่ 19 กค. พ.ศ.2560

เป็นหนึ่งไม่มีสอง

 

 

                        ในการศึกษาวิชชาธรรมกาย คุณยายสามารถตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้ทุกคําถามเพราะท่านเอาใจใส่ในการทําวิชชาอยู่ตลอดเวลา หากมีใครว่าอะไรท่าน ท่านก็เฉยๆ ไม่ได้คิดโต้ตอบแต่อย่างใดและไม่นํามาใส่ใจ ท่านมีแต่ธรรมะและภารกิจของพระเดชพระคุณหลวงปู่อยู่ในใจ สิ่งที่ท่านกลัวมีเพียงอย่างเดียว คือกลัวพระเดชพระคุณหลวงปู่จะเรียกท่านว่า “ไอ้ขี้ไต้” ซึ่งเป็นคําที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ใช้เรียกผู้ทําวิชชาที่ไม่สามารถตอบคําถามได้ เพราะธรรมชาติของขี้ไต้จะต้องเขี่ยก่อนจึงติดไฟ เปรียบเสมือนผู้ที่ไม่ใส่ใจทําวิชชาต้องให้คอยกระตุ้นเตือนอยู่เสมอ คุณยายไม่ชอบคํานี้และไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวท่าน ท่านจึงหมั่นเพียรในธรรมปฏิบัติ เพื่อให้สามารถตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ได้และอย่าให้หลวงปู่รําพึงเรียกท่านว่าไอ้ขี้ไต้เท่านั้น

                       เมื่อถึงเวลาที่คุณยายต้องรับผิดชอบหน้าที่ในโรงงานทําวิชชา พอนั่งเข้าที่แล้วท่านจะเตรียมพร้อม ในการตอบคําถามต่างๆ เพราะวิชชาธรรมกายนั้นต้องศึกษาด้วยการถามตอบ และจะต้องมีการส่งผลัด ถ่ายทอดต่อกันไปว่า ผู้นี้ได้ทําวิชชาไปถึงจุดนี้แล้ว ให้ผู้ที่มารับหน้าที่ต่อได้นั่งเข้าที่มองตามไปว่า กลุ่มแรกทําวิชชาไปถึงตรงไหน พอญาณจรดกันได้ กลุ่มแรกจึงจะสามารถถอนตัวออกมาเพื่อให้กลุ่มถัดไปรับช่วงต่อ

                       คุณยายเอาใจใส่ต่อการทําวิชชาธรรมกายมาก ท่านจึงจรดใจไว้ที่ศูนย์กลางกายอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งได้รับคําชมจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วันหนึ่งหลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ซักถาม ผู้ทําวิชชาในโรงงานทําวิชชาหลายๆ ท่านรวมทั้งคุณยายแล้ว ครู่หนึ่งท่านก็รําพึงขึ้นมาในท่ามกลาง นักทําวิชชาทั้งหลายในที่นั้นว่า “ลูกจันทร์นี้เป็นหนึ่งไม่มีสอง” พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ํากล่าวคํานี้ครั้งเดียวเท่านั้นแล้วก็นั่งนิ่ง หมายความว่า คุณยายของเราสู้ทําวิชชาอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน โดยไม่คํานึงถึงสิ่งใดเลย ท่านมุ่งไปสู่ที่สุดเพียงอย่างเดียว คํานี้ไม่ใช่คําที่จะใช้เรียกกันได้ง่ายๆ แม้ดูผิวเผินอาจเป็นคําปกติธรรมดาของคนสามัญ แต่ในที่นี้เป็นคําที่มีความหมายลึกซึ้ง เพราะผู้พูดคือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และ ท่านก็พูดท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญวิชชาธรรมกายที่อยู่ในโรงงาน ซึ่งเป็นนักรบแนวหน้าของกองทัพธรรมนั่นหมายความว่า ครูบาอาจารย์กําลังยกย่องศิษย์ ในเรื่องความเอาใจใส่ศึกษาวิชชาธรรมกาย ซึ่งเป็นความเอาใจใส่ในระดับที่มหาปูชนียาจารย์อย่างท่านรับรอง แต่กว่าที่คุณยายจะได้รับเกียรติเช่นนี้จาก พระเดชพระคุณหลวงปู่ก็ต้องผ่านการพิสูจน์กันอย่างยาวนาน

                         คุณยายรับฟังระคนกับความสงสัยว่า เพราะเหตุใดพระเดชพระคุณหลวงปู่จึงรําพึงขึ้นมาเช่นนั้น คํานี้จึงติดอยู่ในใจท่านมาตลอด แต่ก็ไม่ได้ทําให้ท่านหลงตัวเอง เพราะใจท่านไม่กระเพื่อมเลย สําหรับท่านแล้ว การได้รับคําชมจากครูบาอาจารย์ เป็นเสมือนการได้รับมอบภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่จะต้องรับผิดชอบด้วยความเสียสละทุ่มเททํางาน ทั้งงาน หยาบภายนอกและงานละเอียดภายใน อย่างเอาชีวิต เป็นเดิมพันเช่นนี้ไปจนตลอดชีวิต และการที่คุณยายนํามาเล่าให้หลวงพ่อฟังนี้ก็มิใช่เป็นการโอ้อวดตน แต่เพื่อให้เป็นแบบอย่างในการศึกษาวิชชาธรรมกาย ว่าจะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรมดังเช่นท่านนั่นเอง