สังเกตคุณยายรับแขก

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

สังเกตคุณยายรับแขก
 


         นอกจากเรียนธรรมะกับคุณยายโดยตรงแล้วหลวงพ่อยังได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เพิ่มเติมในเวลาที่มีแขกมาพบท่าน ซึ่งหลวงพ่อจะนั่งพิงเสาหัวด้วนคอยสังเกตดูท่านรับแขกตลอดเวลาใหม่ๆ ก็ตื่นเต้นมากที่เห็นเขาเอาใบอนุโมทนาบัตรจากการเลี้ยงพระที่หอฉันวัดปากน้ำมาให้ท่านแล้วขอให้ท่านเมตตาคุมบุญไปให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายและหมู่ญาติเวลาเจอแขกคุณยายก็ถาม “คุณๆ ว่ามาคุณว่าไงนะ” แขกจะเรียนท่านว่าอยากให้คุณครู หรือคุณแม่อาจารย์หรือครูจันทร์(หมายถึงคุณยาย) ไปดูว่าพ่อแม่ผมตายแล้วไปอยู่ไหนวันนี้ผมมาทําบุญเลี้ยงพระวัดปากน้ำขอให้คุณครูช่วยเอาบุญไปให้ท่านด้วยแล้วก็ไม่เห็นคุณยายทําอะไรนอกจากนั่งเข้าที่คือ นั่งขัดสมาธิหลับตานิ่งๆ สักพักหนึ่งประมาณ 5 – 10 นาที ท่านบอกว่า “คุณนั่งไปด้วย” หมายความว่าให้แขกคนที่เอาใบอนุโมทนามานั่งปฏิบัติธรรมพร้อมๆ กับท่านพอลืมตามาท่านก็ส่งใบอนุโมทนาคืนแล้วพูดสั้น ๆ ว่าฉันคุมบุญเอาไปส่งให้พ่อแม่คุณที่ตายไปตอนนี้มีความสุขอยู่ตรงนี้แขกที่มากราบก็ถามว่าอยู่ที่ไหนท่านก็ตอบว่าอยู่ตรงนั้นอยู่ตรงนี้สวรรค์ชั้นนั้นชั้นนี้ เป็นต้น

          คุณยายจะไม่เรียกชื่อสวรรค์ว่าเป็นชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ดุสิตา แต่ท่านจะเรียกว่าชั้น 1 ชั้น 2 ส่วนมากจะได้ยินว่าผู้ที่ละโลกไปแล้วนั้นอยู่แต่ชั้น 1 กับชั้น 2 นานๆ จะได้ยินว่าไปชั้น 3 ส่วนชั้น 4 เป็นต้นไปไม่ค่อยได้ยินมักจะมีแต่ชั้น 1 พอคุมบุญไปแล้วท่านจะอธิบายว่านําไปส่งที่ชั้น 1 วิมานเป็นอย่างนี้ สูงเท่านั้นโยชน์วิมานวัดกันเป็นโยชน์ (1 โยชน์ เท่ากับ 16 กิโลเมตร) มีบริวารจํานวนเท่านั้นบริวารหนึ่งแสนสองแสนหลวงพ่อฟังแล้วก็อัศจรรย์ใจว่าเทวดามีบริวารเป็นแสนจากใบอนุโมทนาบัตรเลี้ยงพระใบเดียวเท่านั้นเองบริวารเยอะขนาดนั้นจะเลี้ยงดูหรือกินอยู่กันอย่างไร

          คุณยายมักจะพูดถึงชั้น 1 ชั้น 2 เป็นประจํานานๆ ทีจึงจะมีชั้นที่สูงกว่าคือเป็นผู้ที่ทําบุญมากโดยทั่วไปนับตั้งแต่สงเคราะห์โลกเลี้ยงพระวัดปากน้ำ เลี้ยงพระสงฆ์ทั่วทั้งสังฆมณฑลสะดวกวัดไหนก็ไปวัดนั้นคํานวณกําลังบุญแล้วไปได้ถึงชั้น 3 เป็นต้น คุณยายจะใช้คําอย่างนี้ใหม่ๆ หลวงพ่อก็ตื่นเต้นว่าทําไมการไปนรกสวรรค์จึงเป็นเรื่องง่ายสําหรับท่านไม่เห็นต้องใช้ยานพาหนะใดๆ ไปได้เป็นปกติเหมือนหายใจเข้าออกหรือเหมือนกับเราเดินออกจากห้องนอนเข้าห้องน้ำทั้งง่ายดายและใช้เวลาไม่นานเดินเข้าห้องน้ําอย่างมากก็ 5 นาที เห็นยายนั่งไปดูนรกสวรรค์ก็ 5 นาทีอย่างนี้เหมือนกัน

          แขกที่มาพบท่านมักเป็นเช่นนี้คล้ายๆ กันหมดบางคนไม่มีความทุกข์อะไรท่านก็สอนให้เข้าหาความสุขภายในบางคนมีความทุกข์ท่านก็หาทางดับทุกข์ให้ด้วยการสอนนั่งสมาธิบางคนมีข้อสงสัยท่านก็ตอบคําถามให้หายสงสัยถ้าขอให้คุมบุญท่านก็คุมบุญให้มีอยู่ท่านหนึ่งไปกราบคุณยายว่า “คุณครูขาอิชั้นต้องไปผ่าตัดเอกซเรย์แล้วมีเนื้องอก อยู่ในท้องช่วยคุมบุญให้ด้วยนะคะ” เมื่อฟังแล้วคุณยายก็หลับตาอยู่สองสามนาทีแล้วตอบไปว่า “คุณอย่าไปผ่าเลยมันไม่มีอะไร” “ไม่ได้ค่ะต้องผ่าเพราะคุณหมอบอกให้ผ่า” “อืม...ก็แล้วแต่คุณ” เมื่อถึงเวลาแขกท่านนั้นไปผ่าตัดตามที่คุณหมอนัดเอาไว้ปรากฏว่าไม่พบเนื้องอกแต่อย่างใดแล้วแขกท่านนั้นก็กลับมารายงานคุณยายว่า “คุณครูมันไม่มีอะไรอย่างที่คุณครูว่าจริงๆ ด้วยค่ะ”

         แขกบางท่านที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำกับคุณยายบ้างก็รําพึงรําพันให้คุณยายฟังว่า “ช่วยฉันหน่อยเถอะให้ฉันได้เข้าถึงดวงใสๆ แม้ไม่ถึงพระธรรมกายก็ไม่เป็นไรเอาดวงใสๆ แล้วจะเอาเงินมาถวายให้” คุณยายตอบว่า “คุณเอาทองมากองสูงท่วมหัวฉันยังเอามาให้ไม่ได้เลยคุณต้องไปทําเองถึงจะได้” นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามคุณยายสามารถทําได้เพียงชี้แนะหนทางที่ถูกต้องให้เท่านั้นแต่หลักๆ แล้วเราต้องทําด้วยตัวของเราเองไม่เว้นแม้แต่หลวงพ่อถึงกระนั้นหลวงพ่อก็ดีใจว่าเราได้มาเจอครูบาอาจารย์ที่ทําให้ความสงสัยสิ้นสุดลงแล้วและเกิดความตื่นตัวขวนขวายที่จะศึกษาเรียนรู้สิ่งที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกให้เพิ่มขึ้นในระดับที่สามารถพิสูจน์ได้ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ถึงขั้นที่จะผลักดันให้เราเปลี่ยนแปลงการดําเนินชีวิตให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องได้

         ต่อมาเมื่อหลวงพ่อได้ฟังคุณยายพูดเรื่องนรกสวรรค์บ่อยเข้าก็เริ่มชินเห็นท่านทําอย่างนั้นด้วยตาและได้ยินด้วยหูจนคุ้นเคยพอไปดูท่านรับแขกทีไรก็เห็นท่านทําอย่างนี้เรื่อยๆ เมื่อชินแล้วก็เริ่มเฉยเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่ทําได้ช่วงหลังๆ พอแขกมาหาท่านหลวงพ่อจะลงจากบ้านไปเพื่อหาที่สงบนั่งสมาธิ ส่วนมากจะเป็นที่วิหารคดซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงรายกันอยู่ที่ฐานพระพุทธรูปแต่ละองค์มีอัฐิของผู้ล่วงลับบรรจุไว้พร้อมกับมีป้ายชื่อหลวงพ่อบอกกับเจ้าของอัฐิว่า ไม่ได้มารบกวนให้ต่างคนต่างอยู่ในเมื่อท่านตายแล้วยังไม่เอาอัฐิไปเราก็ไม่เอาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องหวงแหนอะไรแล้วก็ไม่ต้องมาเยี่ยมด้วยไม่ต้องเข้าฝันมาให้เห็นหรือทักทายกันแล้วหลวงพ่อก็นั่งๆ นอนๆ อยู่แถวนั้นคอยกลับมาแอบดูเป็นระยะๆ ว่าแขกของคุณยายกลับไปกันหมดหรือยังถ้าแขกกลับไปแล้วก็จะเข้ามานั่งสมาธิกับคุณยายต่อ

         การได้เห็นคุณยายตรวจดูนรกสวรรค์นั้นทําให้หลวงพ่อเชื่อว่านรกสวรรค์เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ตามพุทธวิธีจะใช้กล้องส่องแล้วบอกว่าไม่มีก็ไม่ได้ เพราะต้องอาศัยเลนส์ใจจะใช้เลนส์แบบที่ส่องดูดาวไม่ได้ส่องแล้วบอกว่าเห็นดาวได้ทําไมไม่เห็นนรกสวรรค์นั้นไม่ถูกหรือสรุปว่าพิสูจน์ไม่ได้ก็ไม่ถูกแท้จริงแล้วคือยังไม่ได้พิสูจน์ถ้าได้พิสูจน์ก็จะพิสูจน์ได้อุปกรณ์ที่ใช้พิสูจน์คือการเข้าถึงพระธรรมกายจากนั้นจึงศึกษาวิชชาธรรมกายเมื่อเราทําได้แล้วการพิสูจน์นรกสวรรค์จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปกลับเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่ทําได้คุณยายได้ยืนยันอย่างนั้นเช่นเดียวกับครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ในยุคของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ

        ความรู้เรื่องการไปเยือนนรกสวรรค์นี้คุณยายเรียนมาจากพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำในฐานะนักเรียนที่ศึกษาวิชชาธรรมกายในโรงงานทําวิชชาไม่ได้หมายความว่ามีท่านคนเดียวที่ทําได้ เพราะในโรงงานนั้นทํากันได้หลายคนแต่หลวงพ่อกล่าวถึงคุณยายท่านเดียวเพราะไม่คุ้นกับท่านอื่นสิ่งเหล่านี้ทําให้หลวงพ่อหายสงสัยในคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกเมื่อหายสงสัยแล้วก็อยากจะปฏิบัติจนบรรลุผลและไปให้ได้บ้าง

        เราจะสามารถหยั่งรู้ถึงความเป็นจริงของคุณยายได้ก็ต้องอาศัยการศึกษาวิชชาธรรมกายส่วนเรื่องการทําความสะอาดบ้านเรือนการไปนรกไปสวรรค์หรือตอบคําถามสาธุชนที่มากราบท่านนั้นยังไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคุณยายความเป็นจริงอยู่ลึกไปกว่านั้นแต่ดูเหมือนท่านทำตัวสบายๆ ราวกับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเมื่อท่านรับแขกเสร็จแล้วก็ลงไปชั้นล่างเพื่อทำภารกิจต่างๆ  ของท่านโดยที่ใจยังหยุดนิ่งอยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิม

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร