ตามลูกหลาน

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

ตามลูกหลาน

         สมัยก่อนหลวงพ่อมักบอกกับคุณยายว่า “ยาย... ตามคนมีบุญมาเยอะๆ เอาทุกอย่างนะเพราะเราไม่มีปัจจัย เอาคน เอางาน เอาปัจจัยนะยาย” คุณยายก็รับว่า “ค่ะ” แล้วก็นั่งหลับตาทําสมาธิไม่เห็นท่านออกจากบ้านไปหาเงินหรือชวนคนที่ไหนท่านนั่งนิ่งๆ เฉยๆ อยู่ในบ้าน แล้วคนก็มากันมากมาย

           วันหนึ่งหลวงพ่อหาเรื่องชวนคุณยายคุยว่า “ยาย... ตอนสร้างวัดเนี่ย กลางคืนยายทําอะไรบ้าง” ท่านตอบว่า “ยายก็ทําวิชชาไปเหมือนสมัยที่ยายอยู่กับหลวงพ่อวัดปากน้ํา แล้วยายก็เข้าที่ (ท่านชอบใช้คําว่าเข้าที่ ซึ่งหมายถึงการเจริญสมาธิภาวนา)ไปตามผู้มีบุญมาสร้างวัดกัน ไม่ว่าเขาจะอยู่ส่วนไหนของโลก ยายก็ไปตามมาจากทุกหนทุกแห่ง ยายตามทุกวันเลย” หมายความว่า คุณยายได้ตรวจดูในญาณทัศนะของท่านว่า มนุษย์ผู้ใดเคยสร้างบุญร่วมกันมาบ้าง เมื่อเห็นแล้วท่านก็ตามมาสร้างบุญร่วมกันอีก ใบหน้าของแต่ละคนจะปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกายของท่าน ไม่ว่าจะมีกี่คนก็ตาม จากนั้นจึงนํากายของทุกคนมาซ้อนรวมกันด้วยอานุภาพของพระธรรมกายภายในตัวท่าน แม้มนุษย์มีจํานวนถึงหกพันกว่าล้านคน ยังถือว่าไม่มากนัก เพราะคุณยายสามารถปาฏิหาริย์กายได้มากกว่านั้น ท่านเคยบอกว่าถ้าปาฏิหาริย์กายได้น้อยจะสู้กับมารไม่ได้ ต้องปาฏิหาริย์กายให้ได้มากๆ หลวงพ่อจึงถามท่านว่าต้องทําอย่างไร ท่านบอกว่าการสู้รบปรบมือกับพญามารนั้นเราจําเป็นต้องควบทีม ถึงจุดนี้ก็เป็นเรื่องอจินไตยที่อธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ยากแล้วแต่ผู้ที่ศึกษาวิชชาธรรมกายจนเชี่ยวชาญจะสามารถเข้าใจได้จึงขอสรุปไว้แต่เพียงเท่านี้ว่า เมื่อเทียบกับงานปราบมารแล้ว การทําวิชชาเพื่อหาที่ หาทุน และหาคน มาร่วมกันสร้างวัดก็ยังไม่ยากเท่าใด เพราะขนาดคนที่อยู่ต่างประเทศ เป็นชาวต่างชาติต่างภาษาคุณยายยังไปหาถึงในฝัน แล้วส่งภาษาท้องถิ่นพูดคุยกับพวกเขาเหล่านั้นได้อีกด้วย

            แท้จริงแล้วศิษยานุศิษย์และลูกหลานของคุณยายทุกคนล้วนถูกตามกลับมาเพื่อสร้างบุญร่วมกันทั้งนั้น หลวงพ่อเคยถามคุณยายว่า “ยายๆตามคนมานี่ยากไหม” คุณยายบอก “เราก็ต้องใช้บุญเสียบุญไปเยอะ แต่เสียเพื่อได้ก็เอา ได้คนมาสร้างบุญก็ต้องใช้บุญ อย่างไรก็เสียเพื่อได้” หากถามว่า “เสียบุญ” เป็นอย่างไร เราต้องทําความเข้าใจก่อนว่าเวลาที่เรามาเกิดเพื่อสร้างบารมีในโลกมนุษย์นั้นมารได้กีดกันด้วยการทําให้เรากระจัดกระจายกันออกไป ทั้งนี้เพื่อขัดขวางไม่ให้หมู่คณะสามารถรวมตัวกันเพื่อสร้างบุญบารมีได้โดยง่าย นับตั้งแต่สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ํายังมีชีวิตอยู่ท่านได้เพียรพยายามดึงลูกหลานของท่านให้กลับมาสู่เส้นทางแห่งการสร้างบารมีอีกครั้งในชาตินี้ด้วยบุญฤทธิ์ ส่วนพญามารก็พยายามทําให้ห่างเหินออกไปด้วยการตรึงบุคคลเหล่านั้นเอาไว้ให้ติดอยู่กับรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์อันเป็นความเพลิดเพลินในทางโลก หลวงปู่และทีมงานทําวิชชาของท่านจึงต้องออกแรงมากกว่าที่เขายึดเอาไว้เพราะการที่ใครจะดึงเราไปทางไหนได้ก็จําเป็นที่จะต้องใช้กําลังมากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าออกแรงเท่ากันก็ยังดึงมาไม่ได้หรือถ้าออกแรงน้อยกว่าก็ดึงไม่สําเร็จจําเป็นต้องออกแรงมากกว่าเท่านั้น การสู้กับพญามารเป็นการสู้ด้วยบุญฤทธิ์ลูกหลานและศิษยานุศิษย์ส่วนมากไม่ทราบเรื่องนี้ รู้เพียงว่าอยู่ดีๆ ก็มีกัลยาณมิตรมาแนะนําหรืออยู่ดีๆ ก็อยากเข้าวัดเพื่อฟังธรรมและปฏิบัติธรรม การที่บุคคลมีความรู้สึกน้อมไปในทางบุญกุศลนั้นก็เป็นเพราะหลวงปู่และคุณยายยอม “เสียบุญ” เพื่อดึงทุกคนกลับมาสู่เส้นทางธรรม เป็นบุญของท่านเองที่ได้สั่งสมเอาไว้แต่เมื่อทุกคนสามารถกลับมาสร้างบุญบารมีร่วมกันได้อีก ท่านจะมีส่วนในบุญนี้ด้วย

   ถ้าหากคุณยายขวนขวายน้อยหรือไม่ห่วงลูกศิษย์ เราก็คงไม่มีโอกาสได้สร้างบุญใหญ่ที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนา และก่อให้เกิดสันติสุขที่แท้จริงแก่โลกใบนี้คุณยายสามารถเอาตัวรอดได้แล้วตามลําพัง ท่านจะสบายกว่านี้ถ้าท่านคิดถึงแต่ตนเอง แต่ท่านเห็นว่าลูกหลานผู้เป็นศิษยานุศิษย์ของท่านที่ลงมาเกิดเพื่อสร้างบุญบารมีร่วมกันนั้นยังไม่ได้กลับเข้ามาสู่เส้นทางธรรมท่านจึงอาศัยวิชชาธรรมกายช่วยตามกลับมานับตั้งแต่สมัยอยู่บ้านกัลยาณมิตรหมายเลข 1 ท่านบอกว่าพญามารระเบิดหมู่คณะออกไปให้กระจัดกระจายไปเกิดอยู่ที่นั่นที่นี่แล้วก็เอาภูเขาหรือแม่น้ํามาขวางกั้นให้อยู่คนละประเทศ เอาภาษา ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมประเพณีต่างๆ มาขวางไว้ให้แตกต่างกันตรึงทุกคนให้ติดอยู่กับเรื่องที่ไม่เป็นแก่นสารของชีวิตทําให้รวมตัวกันไม่ได้

          พญามารกลัวการรวมตัวกันของทหารกองทัพธรรมที่มีใจหยุดนิ่งอย่างมั่นคง เพราะถ้าหากทุกคนสามารถหยุดใจนิ่งได้แล้ว ย่อมเข้าถึงที่พึ่งคือพระรัตนตรัยภายใน ทําให้รู้เรื่องราวของตัวเองว่ามีความเป็นมาอย่างไร และถ้านําคนที่หยุดใจจนเข้าถึงพระธรรมกายได้มารวมกัน ก็จะเป็นการรวมพลังเพื่อช่วยไขความลับอันยิ่งใหญ่ที่พญามารควบคุมบังคับบัญชาไว้เป็น “ผังสําเร็จ” ได้ ผังนี้เป็นประดุจโปรแกรมชีวิตที่ควบคุมสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายเอาไว้โปรแกรมชีวิตนี้บังคับให้ทุกคนต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย และมีความทุกข์ทรมานตามกฎแห่งกรรม พญามารเกรงกลัวว่าจะมีผู้รู้มาแก้ผังสําเร็จนี้ได้จึงพยายามระเบิดให้กองทัพธรรมของผู้รู้กระจัดกระจายไป แม้ช่วงเวลาที่มาเกิดจะไล่เลี่ยกันแต่พญามารก็ยื้อเอาไว้ให้บางคนเกิดช้าไป บางคนเกิดเร็วไป เวลากลับมารวมตัวกันอายุจึงแตกต่างกันมาก ทําให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องผู้สูงอายุจะสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง แต่สังขารไม่เอื้ออํานวย ส่วนผู้ที่ถูกยื้อให้มาเกิดภายหลังจะมีร่างกายแข็งแรงกว่า แต่ขาดแคลนเรื่องทรัพย์สินทุกอย่างจึงไม่พร้อมเพรียงกัน ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทําภารกิจเพื่อปราบพญามาร

             ผู้มีบุญที่มาเกิดสร้างบารมีร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงปู่และคุณยายนั้นมีจํานวนไม่น้อยนับได้หลายล้านคน แต่พญามารได้บดบังและตรึงเขาเหล่านั้นเอาไว้ทําให้มาไม่ถึงหมู่คณะ คุณยายจึงต้องทําหน้าที่ตามบุคคลเหล่านั้นกลับมาด้วยอานุภาพแห่งสมาธิซึ่งเป็นงานภายใน ส่วนภายนอกก็ต้องอาศัยศิษยานุศิษย์ที่มาถึงก่อนแล้วช่วยกันทําหน้าที่แจ้งข่าวและชักชวนไปด้วยเพื่อให้ทุกคนกลับมาเร็วขึ้น