ในใจมีแต่องค์พระ

วันที่ 10 มค. พ.ศ.2562

ในใจมีแต่องค์พระ

     ทุกวันนี้หากมีใครถามหลวงพ่อเกี่ยวกับเบื้องหลังความสําเร็จของวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อจะต้องนึกย้อนไปถึงสมัยที่คุณยายทําหน้าที่เป็นผู้นําหมู่คณะนักสร้างบารมีในยุคบุกเบิกเสมอ ภาพการขุดดินก้อนแรกเพื่อสร้างวัดพระธรรมกายยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจําของหลวงพ่อ สมาชิกทุกคนล้วนมีความตั้งใจในการสร้างวัดให้ดีที่สุด และทุกครั้งที่มีการประชุมเกี่ยวกับการสร้างวัด คุณยายจะชักชวนให้หมู่คณะนั่งสมาธิร่วมกันก่อนเริ่มการประชุม ท่านมีกุศโลบายให้ทุกคนได้ประชุมพร้อมกันด้วยใจที่ใสบริสุทธิ์หากในที่ประชุมเกิดมีความคิดเห็นไม่ตรงกันอย่างไรเสียก็ไม่มีใครใจขุ่นมัว

    นอกจากนี้เมื่อนึกย้อนหลังไป หลวงพ่อยังรู้สึกอัศจรรย์ใจเพราะคุณยายไม่ใช่ผู้ชายที่มีโอกาสบวชเป็นพระภิกษุ แต่เมื่อท่านนั่งหลับตาทําสมาธิเฉยๆ ญาติโยมเห็นท่านแล้วก็นึกถึงพระรัตนตรัยจึงเข้ามาแสดงความเคารพสักการะ ด้วยเหตุนี้เองการเชิญชวนบุคคลต่างๆ ให้มาร่วมสร้างบุญกับคุณยายนั้นก็เป็นเรื่องง่าย แม้ว่าท่านจะไม่ใช่พระก็ตาม หลวงพ่อเคยพูดอยู่เสมอว่า คุณยายไม่ได้ “เป็นพระ” แต่ท่านคือ “พระเป็น” เพราะรูปกายภายนอกของท่านคืออุบาสิกาแม่ชีแต่ภายในของท่านเป็นพระ

     คุณยายเคยสอนหลวงพ่อว่า “อยู่ในวัดอย่านึกว่าง่ายนะ เพราะทุกคนก็ยังเป็นผู้ที่มาฝึกตัวกันทั้งนั้น อย่าเพิ่งไปคิดว่าคนเข้าวัดแล้วจะสมบูรณ์นะเป็นแต่เพียงว่า ดีกว่าเดิมนิดหนึ่ง แต่เดิมนี่ ถูกใครว่าทีเดียวก็โกรธ พอเข้าวัดแล้ว ว่าสองทีค่อยโกรธดีขึ้นกว่าเดิมนิดหนึ่ง อย่าเพิ่งไปนึกว่า อยู่ในวัดแล้วจะสมบูรณ์เต็มร้อยเพราะทุกคนล้วนมาฝึกตัว”

   คุณยายฝึกฝนตนเองด้วยการรักษาใจให้มีแต่องค์พระ ทําให้ไม่มีเวลาและอารมณ์ที่จะขุ่นมัวกับสิ่งอื่นใด ท่านฝึกอย่างนี้เรื่อยมา แม้ลําบากก็อดทน ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรท่านก็ไม่หวั่นไหวเพราะว่ามีพระรัตนตรัยภายในเป็นที่พึ่งอยู่ในใจ

    สมัยที่อยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ เคยมีผู้ที่ไม่เข้าใจคุณยาย แล้วมาด่าว่าท่านถึงบ้าน ซึ่งหลวงพ่อเองก็ประหลาดใจว่าทําไมเขาจึงกล้ามาพูดไม่ดีกับคุณยายได้แต่สิ่งที่คุณยายทําก็คือ ท่านบอกกับบุคคลผู้นั้นว่า “เธอว่าไป เดี๋ยวฉันจะนั่งสมาธิฉันจะนั่งเข้าที่ฟัง” คล้ายๆ กับแบ่งหน้าที่กัน คนหนึ่งมีหน้าที่ด่าว่าก็ทําไป ส่วนคุณยายมีหน้าที่ฟังเฉยๆ แล้วท่านก็นั่งตัวตั้งหลังพิงอากาศ ตอนนั้นหลวงพ่อคิดในใจว่าโอ ท่านั่งของท่านสวยสง่าจังเลย เหมือนกับตอนที่ท่านนั่งขัดสมาธิสอนธรรมะ เมื่อได้ยินถ้อยคําที่ไม่น่ารักที่เขาพูดออกมาแล้ว ท่านก็มีอารมณ์เดียวไม่เปลี่ยนแปลง รักษาใจอยู่กับองค์พระภายใน แล้วก็พูดดีๆ กับเขาว่า “เธอว่าไปเลย ฉันจะนั่งเข้าที่ฟัง”ทําให้ผู้ที่ยืนรําพึงอยู่ตรงนั้นเกิดหมดอารมณ์แล้วก็เปิดประตูเดินออกไป เมื่อเขาออกไปแล้วหลวงพ่อก็ประหลาดใจมากว่าคุณยายทําได้อย่างไร คุณยายบอกว่าเขาเหนื่อยแล้วเขาก็เลิกไปเอง หลวงพ่อจึงคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้คงเป็นเหมือนการเล่นแบดมินตันอยู่คนเดียว ถ้าตีลูกเข้าป่าไปโดยไม่มีใครตีกลับมาไม่นานก็หมดอารมณ์ตีแต่ถ้าตีโต้กันไปมาก็คงไม่จบลงง่ายๆ คุณยายว่า “ถ้าโต้กันไปโต้กันมา ไม่เกิดประโยชน์หรอก เกิดแต่โทษ” คุณยายจึงไม่เคยมีปัญหากับใคร ใจท่านมีแต่องค์พระเป็นปกติอยู่ตลอดเวลา