คุณยายหมายเลขหนึ่ง

วันที่ 10 มค. พ.ศ.2562

คุณยายหมายเลขหนึ่ง

      ครั้งหนึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่เคยสั่งให้คุณยายคุมบุญให้กับแม่ชีท่านหนึ่งที่หมดอายุขัยต้องละโลก ซึ่งแม่ชีท่านนั้นได้มาช่วยงานอยู่ในวัดปากน้ำ โดยมีหน้าที่ทําอาหารเลี้ยงพระภิกษุสามเณร หลวงปู่ท่านถามคุณยายว่าแม่ชีอุบาสิกาตายแล้วไปไหน อันที่จริงท่านก็ทราบอยู่แล้ว แต่ท่านจะใช้งานคุณยายเมื่อคุณยายตรวจตราแล้วก็เห็นว่าแม่ชีท่านนั้นได้ไปอยู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์มีวิมานสูงใหญ่สวยงามมากคุณยายก็รําพึงว่า เขามาไม่กี่ปีทําไมเขาได้บุญเยอะขนาดนี้หลวงปู่ทราบความคิดของคุณยายจึงบอกว่าของเราไม่ต้องพูดกันแล้ว ซึ่งหมายความว่าบุญในการทําวิชชาปราบมารนั้นมหาศาลกว่ามากทีเดียว

     การสู้กับพญามารนั้นไม่สามารถสู้รบกันได้ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ใด แต่สู้กันด้วยใจที่ละเอียดต้องอาศัยกําลังบุญฤทธิ์เท่านั้น ผู้ที่จะสู้ได้จึงต้องมีกําลังบุญมาก ซึ่งคุณยายก็เป็นผู้ที่มีกําลังบุญมากในระดับนั้น และท่านได้สั่งสมบุญไม่ขาดเลยจนกระทั่งหมดอายุขัย แต่คุณยายกลับพูดว่า ท่านมีความรู้สึกว่าเพิ่งได้บุญไปนิดเดียว คําพูดนี้จึงเป็นเครื่องแสดงถึงความรู้สึกของผู้ที่กระหายในการสั่งสมบุญ ท่านเป็นผู้ที่ไม่อิ่มและไม่เบื่อในการทําความดีไม่ว่าจะทําไปมากเพียงใดแล้วก็ตาม ท่านยังมีความรู้สึกว่ายังน้อยอยู่เหมือนทะเลที่ไม่อิ่มน้ําและไฟที่ไม่อิ่มเชื้อ บัณฑิตอย่างคุณยายก็ไม่อิ่มในการสั่งสมบุญ

  ในยุคสมัยนั้นมีผู้บรรลุธรรมเข้าถึงพระธรรมกายอยู่มาก แต่ผู้ที่เข้าถึงวิชชาธรรมกายในระดับที่ได้รับการยกย่องจากหลวงปู่วัดปากน้ํา ผู้ค้นพบวิชชานั้น จะมีสักกี่ท่านในโลกนี้ปกติแล้วคํายกย่องนั้นเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าหากความดีไม่มากพอ แต่เมื่อคุณยายมีความดีมากพอ คํายกย่องของท่านจึงปรากฏขึ้น

     ในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องบุคคลต่างๆ ผู้เป็นเลิศว่าเป็นเอตทัคคะ เช่น พระสารีบุตรเป็นเอตทัคคะทางด้านปัญญาพระมหาโมคคัลลานะเป็นเอตทัคคะทางด้านฤทธิ์และพระอนุรุทธะเป็นเอตทัคคะทางด้านตาทิพย์ เป็นต้น พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้กล่าวไว้ว่า สําหรับวิชชาธรรมกายแล้ว “ลูกจันทร์เป็นหนึ่ง ไม่มีสอง” ซึ่งหมายความว่าคุณยายเป็นหมายเลขหนึ่งอยู่ในโรงงานทําวิชชาของพระเดชพระคุณหลวงปู่ซึ่งท่านมีการสอนวิชชาธรรมกาย โดยซักถามว่า ไปถึงไหนแล้วเป็นอย่างไร เป็นต้น จึงอาจกล่าวได้ว่าคุณยายได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งในการเรียนวิชชาธรรมกาย

     คุณยายเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า เวลาที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ถามธรรมะ คุณยายจะตอบไปตามที่เห็น ถามมาก็ตอบไป เมื่อตอบได้ถูกใจแล้วหลวงปู่ก็จะรับว่า “อื้อๆ มันต้องอย่างนั้นสิ” คุณยายสามารถตอบคําถามได้หมดเพราะท่านมีแต่ความตั้งใจในการทําสมาธิภาวนาเพื่อให้สามารถตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้เท่านั้น สิ่งที่คุณยายกลัวมีเพียงอย่างเดียวคือ กลัวจะตอบคําถามไม่ได้ส่วนเรื่องอื่นท่านไม่ได้คํานึงถึงและไม่ได้ห่วงอะไรเลย เพราะฉะนั้นวิชชาธรรมกายของท่านจึงโดดเด่น นอกจากนี้ท่านยังฝึกฝนและเป็นกัลยาณมิตรให้กับตนเองด้วยจึงทําให้ได้รับการยกย่องชื่นชม

      อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คุณยายจะได้รับการยกย่องชื่นชมจากมหาปูชนียาจารย์แต่ท่านก็ไม่หลงตัวเองและไม่เคยลืมว่าเป้าหมายชีวิตของท่านคือการสร้างบารมีโดยศึกษาวิชชาธรรมกายเพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม พร้อมกับขยายวิชชาธรรมกายไปทั่วโลกด้วยเหตุนี้เองท่านจึงไม่ลืมตัวเองและไม่พลัดหลงออกจากเส้นทาง ยังมั่นคงแน่วแน่ในเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน