เรียงลำดับความคิด

วันที่ 05 พย. พ.ศ.2568

เรียงลำดับความคิด

 

5-11-68_b8%281%29.jpg

                  มีอยู่ครั้งหนึ่งอาจารย์ต้องพาคนไทย ๓๐๐ คน ไปสักการะพระที่ญี่ปุ่น ไป ๒ แห่ง คือ อาตามิ และ ฮาโกเน่ ทั้งสองแห่งนี้มีความสำคัญต่างกัน อาตามิเป็นโบสถ์ทางร่างกาย คนที่ไปก็จะเห็นสิ่งก่อสร้างทาง กายภาพ ส่วนฮาโกเน่เป็นโบสถ์แห่งวิญญาณจะเห็นแค่เสาเท่านั้นแต่ใช้เรียกว่าเป็นโบสถ์

 

                  ถ้าคนญี่ปุ่น ๓๐๐ คน ไปไม่มีปัญหา เพราะเขาจะเคร่งครัดทางระเบียบวินัยเป็นอย่างดี แต่คนไทย ไม่เป็นอย่างนั้น อาจารย์ญี่ปุ่นก็เรียกประชุมเพื่อวางแผนเรื่องนี้กันยาวเลย เพราะการเดินทางต้องขึ้นรถ ด่วนชิงคันเซ็น ซึ่งจอดสถานีละ ๑๐ นาที คนไทย ๓๐๐ คน ทำอย่างไรให้ขึ้นรถไฟได้ทันทั้งหมด สรุปการ ประชุมวันนั้น คือ ให้อาจารย์เสาวลพรับผิดชอบการขึ้นรถไฟของคนไทยให้ไปได้ครบ ๓๐๐ คน

 

                  ภารกิจนี้มีด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้ คือ “ความไม่ตรงเวลาของคนไทย” อาจารย์เรียกหัวหน้าสาย มามอบหมายหน้าที่ให้ ข้อแรก คือ ให้คัดรายชื่อคนที่มักจะมาสาย ตื่นสาย ทำอะไรช้า ให้หัวหน้าสายส่ง รายชื่อมา เมื่อได้รายชื่อมาแล้วอาจารย์ก็ส่งคนที่ดูเข้มงวดจริงจังที่สุด แล้วมอบรายชื่อคนเหล่านั้นให้ไป พร้อมกับสั่งไปว่า

 

                  “เคาะประตูบอกทุกห้องที่มีรายชื่อในนี้ว่า ถ้าตี ๔ ไม่ตื่น อาจารย์เสาวลพจะทิ้งไว้ที่โรงแรมนี้ ทิ้งจริง ๆ”

 

                  เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนตื่นกันครบ เพราะคนที่สายจริง ๆ แล้ว เขาไม่รู้ว่ามันจริงจัง ถ้าเขารู้ว่ามันจริงจัง เขาจะไม่สายแน่นอน เช้าวันนั้นทุกคนขึ้นรถครบหมด ด่านต่อไปก็คือ สถานีรถไฟ

 

                  เวลาเข้าสถานี เขาจะมีแถว มีแนวให้เดิน อาจารย์ก็วางแผนจัดแถวโดยเอาคนหนุ่มสาว คนแข็งแรง เดินได้เร็วอยู่หน้า เอาคนแก่ คนอ้วน ยิ่งคนขาไม่ดีเอาไว้หลังสุดเลย เข้าแถวแบบนี้ตั้งแต่รถไฟยังไม่มา เสียงบ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย

 

                  “อาจารย์คะ ขาฉันไม่ดีอยู่หลังแบบนี้จะขึ้นรถไฟทันเหรอ”

 

                  “อาจารย์ลุงแก่แล้วขออยู่หน้าได้ไหม” อาจารย์ไม่ฟังใครเลยแม้แต่คนเดียวตอบสั้น ๆ ว่า

 

                  “ไม่เป็นไรค่ะ อยู่ตรงนี้ดีแล้ว”

 

                  อาจารย์เรียกหัวหน้าหมู่ที่มีธงมาประชุมกำชับว่า ต้องขึ้นตอนที่อาจารย์ให้สัญญาณแล้วเท่านั้น ถ้า ยังไม่ให้สัญญาณอย่าขึ้นเด็ดขาด เพราะเมื่อรถไฟมาถึงเราต้องไม่สวนคนลง ให้คนที่จะลงสถานีนี้ให้เขาลง ก่อน ทางเดินจะได้กว้าง ๆ และเมื่อขึ้นรถไฟแล้วอย่าเพิ่งหาที่นั่ง ให้คนที่อยู่ข้างหน้าที่เดินได้เร็ว ๆ เข้าไป ลึก ๆ ในรถไฟก่อน

 

                  พอรถไฟมาก็ทำตามแผน ๗ นาทีเท่านั้น ๓๐๐ คน อยู่บนรถไฟหมดแล้ว ไม่มีใครตกรถไฟเลย เพราะคนสุดท้ายที่แก่หรือขาเจ็บ วันนั้นเห็นเขาเร็วที่สุดในชีวิตเลย กลัวว่าจะตกรถไฟ แต่ถ้าเอาเขาไปอยู่ หน้า เขาจะไม่เร็วแบบนี้ และทำให้ท้ายแถวช้าหมดทั้งแถว

 

                  วันนั้น คนอยู่ท้ายแถวทั้งโกรธ ทั้งรัก ทั้งแค้นในเวลาเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนก็ค่อย ๆ เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์ทำ ที่ทำอย่างนั้นได้ เพราะลูกศิษย์ทุกคนถูกสอนให้ทำาตามคำสั่งครู ลองคิดดูว่าถ้ามี ใครไม่ยอมแผนนี้ก็ไม่สำเร็จ

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00046917994817098 Mins