แก้ตัว สำหรับผู้ตาม ยอมรับและพัฒนาสําหรับผู้นํา

ที่ประเทศญี่ปุ่นจะให้การเคารพครูเป็นอย่างมาก ซึ่งครูเปรียบเสมือนพระโพธิสัตว์พระองค์หนึ่งเวลาครูสอนอะไร อะไร แนะอะไร ต้องฟัง ยอมรับ และทำตาม แม้คนญี่ปุ่นมีพื้นฐานการฝึกให้ดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก ทุกคนต้องพึ่งพาตัวเอง แต่เรื่องความเคารพในคำครู เขาปลูกฝังไว้ดีมาก ไม่ใช่ว่าดูแลตัวเองได้แล้วข้าเก่ง ข้าใหญ่ เขาจะสอนว่าที่เก่งมาได้ ใหญ่มาได้ เพราะมีครูดีคอยสั่งสอนมา
ดังนั้น เขาจะไม่ให้แก้ตัว เพราะการแก้ตัว คือ กลไกป้องกันตัวเองที่ช่วยไม่ให้เราเจ็บ แต่มีผลเสียที่ยิ่งใหญ่ คือ “ไม่พัฒนาตนเอง” อาจารย์ถูกส่งไปอบรมกับชาวญี่ปุ่น ความเข้มงวดเกิดขึ้นทุกวินาที งานทุกอย่างมีการวิเคราะห์ข้อมูลและหาข้อบกพร่อง เมื่อจับได้ว่าผิดตรงไหน ผิดที่ระบบ หรือผิดที่คน อาจารย์ญี่ปุ่นจะแนะนำตรง ๆ และไม่มีการแก้ตัวเด็ดขาด
องค์กรใหญ่ ๆ ทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา ฝึกเรื่องนี้กันทุกองค์กร เขาถึงได้เจริญ จะไม่มีการแก้ตัวเลยถ้าใครทำผิดจะมีแต่คำว่า “ขอโทษ” อย่างเดียว นี่คือการรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเราเอง องค์กรต่าง ๆเหล่านี้จึงพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เพราะทุกคนเอาเป้าหมายเป็นหลัก ไม่เอาอารมณ์ ไม่เอาความเกรงใจมาขวางความเจริญไว้ คนทำผิดในองค์กรเหล่านี้ก็มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองใหม่เสมอ
คนที่รักองค์กรก็ดูได้จากเรื่องนี้ ถ้าคนที่ไม่รักองค์กร เวลามีใครพูดถึงคนในองค์กรในทางที่ไม่ดีเขาจะผสมโรงด้วย
“เขาเป็นอย่างนี้แหละครับ ผมก็เคยโดนมาก่อน”
ถ้าทำแบบนี้ความไม่ดีในใจเราจะจำแม่น เราจะลืมไปว่าความดีเป็นอย่างไร แล้วพอถึงเวลาที่พูดถึงคนนั้นอีก เราก็จะพูดแต่เรื่องไม่ดีอีกเรื่อย ๆ วิบากกรรมวิบากมารติดตัวเราไปด้วย แต่ถ้าคนที่รักองค์กรมั่นใจว่าเรา คือ คนหนึ่งขององค์กรจะยอมรับและนำไปพัฒนา
“ผมเสียใจกับเรื่องนั้น และขอโทษด้วยนะครับ เรื่องผิดพลาดที่เขาทำ ผมจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก เราจะนำเรื่องที่ท่านได้แนะนำไปพัฒนาบุคลากรในองค์กรของเราครับ”
ผิดแล้วยอมรับ รับแล้วพัฒนา