นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง กระต่ายน้อยแสนซน

ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกระต่ายเล็กสีขาวตัวหนึ่ง รูปร่างน่ารักน่าชัง ใครเห็นก็ชื่นชมและอยากหยอกล้อเล่นด้วย แต่เจ้ากระต่ายน้อย หาได้มีความสุขในอัตภาพ "ความมี" "ความเป็น" ของตนไม่ เจ้ากระต่ายน้อยมักมีความฝันออกนอกชีวิตและความเป็นจริงของตนเองอยู่เสมอ

วันหนึ่ง เจ้ากระต่ายน้อย เห็นกระรอกเดินผ่านที่อยู่ของตนเห็นกระรอกมีหางสวยจึงกล่าวกับมารดาว่า
"ท่านแม่...ลูกอยากมีหางยาวเหมือนกระรอก.."
มารดาจึงกล่าวว่า
"ไม่ดีมั้งลูก... กระต่ายหางกระรอก... เดี๋ยวคนตัดหาง... ไปทำพวงกุญแจ..."

ต่อมาวันหนึ่ง มีเม่นเดินผ่านมา เจ้ากระต่ายน้อยจึงกล่าวกับมารดาว่า
"ท่านแม่...ถ้าลูกมีขนแหลมเหมือนเม่น..คงเท่ห์ไม่หยอกนะ.."
มารดาจึงกล่าวว่า
"ไม่ดีมั้งลูก...กระต่ายขนแข็งเหมือนเม่น...คงไม่มีใครกล้าใกล้"

วันหนึ่ง เจ้ากระต่ายน้อย เห็นเป็ดเดินผ่านมา เห็นเท้าเป็ดสีแดงติดกันเป็นพังผืดดูน่ารัก จึงกล่าวกับมารดาว่า
"ท่านแม่..ถ้าลูกมีเท้าสีแดง..และติดกันเป็นพังผิดเหมือนเป็ด คงน่ารักดีเนาะ..."
มารดาจึงกล่าวว่า
"ลูกรัก...ถ้าลูกมีเท้าแบบนั้น..ลูกจะวิ่งหนีศัตรูลำบากนะ.."

วันหนึ่ง หมูตัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกับครอบครัวกระต่ายเดินผ่านมาทางนั้น ได้ยินเจ้ากระต่ายฝันอยากเป็นโน่นเป็นนี่ จึงแนะนำว่า
"เจ้ากระต่ายน้อย...กลางป่าใกล้ที่อาศัยของเรา...มีบ่อน้ำสารพัดนึกอยู่บ่อหนึ่ง...หากหลานไปยืนบนหิน...ที่อยู่กลางบ่อ...อธิษฐานจิต...แล้วหมุนตัวสามรอบ...ความฝันของหลานจะเป็นจริงทันที"

เจ้ากระต่ายน้อย เมื่อได้รับคำแนะนำจากหมูก็ดีใจ เดินทางไปทีบ่อน้ำสารพัดนึกทันที ขณะยืนอยู่ที่บ่อน้ำ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนกน้อยตัวหนึ่งมีปีก และขนสีแดงน่ารัก เจ้ากระต่ายน้อยจึงอยากมีปีกและขนสีแดง จึงอธิษฐานว่า
"สาธุ...ขอให้ลูกมีปีก..และมีขนสีแดง....เหมือนกน้อยด้วยเทอญ..."

เจ้ากระต่ายน้อยพออธิษฐานเสร็จก็มุนตัวสามรอบ และขณะกำลังหมุนตัวอยู่นั้น ก็รู้สึกเจ็บปวดที่บริเวณลำตัวทั้งสองข้าง และรู้สึกว่ามีอะไรแทงเนื้อตัวออกมาข้างนอก เหมือนตอนที่ฟันงอกใหม่ๆ ในที่สุดเจ้ากระต่ายน้อยก็ได้ปีกสมใจและรอเวลาจนเย็นจึงกลับบ้าน

ขณะเคาะประตูบ้าน มารดาได้เปิดประตูออกมาแล้วกล่าวว่า
"เจ้าเป็นใคร..เจ้าต้องการอะไร...ข้ากำลังปรุงอาหารรอลูกชายข้ากลับมา ถ้าจะมาขอทานให้ไปข้างหน้า" ว่าแล้วมารดาก็ปิดประตูไม่ให้กระต่ายเข้าบ้าน เพราะจำไม่ได้

เจ้ากระต่ายน้อย เมื่อเข้าบ้านไม่ได้จึงไปหากระรอกและเป็ดเพื่อขอซุกหัวนอนสัตว์ทั้งสองจำกระต่ายไม่ได้ จึงไม่ให้เข้าบ้าน เจ้ากระต่ายน้อยจึงไปหาลุงหมูเพื่อขออาศัยหลับนอนด้วย เพราะไม่ชินกับปีกที่งอกออกมา ทำให้กระต่ายนอนไม่หลับทั้งคืน

รุ่งเช้า เจ้ากระต่ายน้อย ออกไปยืนบนโขดหินคิดว่า "...ฉันจะบิน...บินไป...บนฟากฟ้า..."
เพียงกระพือปีกเท่านั้น เจ้ากระต่ายน้อยก็เซถลาหล่นลงไปบนต้นไม้ที่มีหนามแหลมคม ถูกหนามทิมแทงตามตัว ถึงกับร้องเสียงหลงว่าว่า
"โอ้ยยยยยย..ช่วยลูกนก...เฮ้ย..ไม่ใช่ช่วยลูกกระต่ายด้วย..."
หมูได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของกระต่ายจึงออกมาช่วยเจ้ากระต่ายน้อยได้บอกลุงหมูว่า
"ท่านลุง...หลานไม่อยากมีปีกแล้ว...ลุงช่วยหลานด้วย..."

หมูจึงแนะนำให้เจ้ากระต่ายน้อยกลับไปที่บ่อน้ำสารพัดนึก แล้วอธิษฐานจิตเหมือนเดิมแล้วปีกจะหายไป เจ้ากระต่ายได้ทำตามที่หมูแนะนำ ทำให้ปีกหายไปทันที เจ้ากระต่ายรีบกลับบ้านไปหาแม่ และนับตั้งแต่วันนั้นมา เจ้ากระต่ายน้อยไม่เคยเพ้อฝันอยากเป็นโน่นเป็นนี่อีกเลย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว้า
ความฝันมิใช่สิ่งเลวร้ายในชีวิต หากมุ่งมั่นและตั้งใจทำความฝันให้เป็นจริง
โดยไม่เปลี่ยนความฝันจนกลายเป็นความเพ้อฝันที่หาสาระในชีวิตมิได้