ตัดใจ...เพื่อชัยชนะ

วันที่ 16 กย. พ.ศ.2558

 

ตัดใจ...เพื่อชัยชนะ


บุคคลสำคัญท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกคือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา นับเป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้รับชัยชนะในการชิงตำแหน่งครั้งนี้ แต่เดิมนั้นโอบามาเป็นคนที่ติดบุหรี่มาก แม้กระทั่งได้เป็นวุฒิสมาชิกของรัฐอิลลินอยส์แล้วก็ยังเลิกไม่ได้ วันหนึ่ง มิเชลล์ซึ่งเป็นภรรยาของโอบามาเดินยิ้มเข้ามาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น แล้วพูดสั้นๆแต่เฉียบขาดให้โอบามาตัดสินใจเลือก ระหว่างการสูบบุหรี่กับการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพราะมิเชลล์เห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่ติดบุหรี่อย่างมาก จะได้รับชัยชนะในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่า การสูบบุหรี่นั้นไม่ดี แต่ยังห้ามใจไม่ได้ แล้วอย่างนี้จะมารับผิดชอบต่อประชากร 300 กว่าล้านคน และรับผิดชอบต่อโลกได้อย่างไร
นอกจากนี้การที่ตนเป็นคนผิวสี ซึ่งในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีใครได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐมาก่อน ก็ย่อมตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ ดังนั้นถ้าจะลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ต้องเลิกสูบบุหรี่ให้ไก้เสียก่อน ถ้ายังเลิกไม่ได้ก็อย่าสมัครให้เสียเวลาเลย โอบามาได้ฟังภรรยาพูดอย่างนี้ ก็ถึงกับนิ่งเงียบไปแล้วต่อมาเขาก็ตัดสินใจเลิกบุหรี่ได้ สุดท้ายก็ประสบชัยชนะ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ด้วยวัยเพียง 47 ปี


บางครั้งอุปสรรคในชีวิตเรา ไม่ได้มาจากศัตรูคู่แข่งคนไหน แต่มาจากนิสัยของเรานี่เอง พฤติกรรมบางอย่างที่เราชอบ หรือทำจนติดเป็นนิสัย ย่อมเป็นสิ่งที่เลิกได้ยาก การติดในสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดี ย่อมสะท้อนถึงจิตใจที่อ่อนแอ โอบามานับว่าโชคดี ที่ภรรยาตั้งคำถามให้ตัดสินใจ เมื่อคิดได้ ตัดใจได้ จึงได้รับชัยชนะที่สำคัญที่สุด คือการชนะใจตัวเอง นี่คือคุณสมบัติของผู้ที่ประสบความสำเร็จ 
ชีวิตของเราแม้ไม่มีใครมาคอยช่วยตั้งคำถาม เราก็สามารถตั้งคำถามตัวเองได้ ว่าเราจะเลือกอะไร ระหว่างการตามใจตัวเองกับการเอาชนะใจตัวเอง และอย่าลืมว่าการเลือกของเรานั้นอาจส่งผลต่อชีวิตเราอย่างมากมาย เรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา เป็นเรื่องใกล้ตัว ที่อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จในชีวิตได้ นั่นก็คือ พฤติกรรมการใช้จ่าย เรื่องนี้ใช้วัดความเข้มแข็งของจิตใจได้เลยทีเดียว


เพราะการจับจ่ายใช้สอย เป็นเรื่องน่าสนุกที่ใครๆ ก็อยากทำตามใจตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ติดในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะติดเหล้า ติดบุหรี่ ติดเกมส์ หรือติดอะไรต่อมิอะไรก็ล้วนต้องจับจ่ายใช้เงินทั้งสิ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาชีวิตของตนเองและครอบครัว เช่นบางครอบครัวที่พ่อบ้านทำตัวเป็นเศรษฐี ในวันเงินเดือนออก ชวนเพื่อนตั้งวงดื่มเหล้าหรือไปเที่ยวเฮฮาปาร์ตี้ แต่วันที่เหลือกลับชักหน้าไม่ถึงหลัง ต้องกู้หนี้ยืมสินติดค้างค่าใช้จ่าย เสื่อมเสียชื่อเสียง ต้องนอนก่ายหน้าผากลำบากกันทั้งครอบครัว 


ส่วนใหญ่คนที่ชอบช็อปปิ้ง เห็นของสวยงามหรือนำสมัยใหม่ล่าสุด แล้วอดใจไม่ได้ ก็คงไม่แปลกใจที่รายรับไม่เคยพอกับรายจ่ายสักที การที่จะหลุดพ้นจากวังวนเหล่านี้ได้ ต้องอาศัยการชนะใจตนเอง ซึ่งมีเทคนิคการที่มาฝากคือ สร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ให้การจับจ่ายเป็นไปได้ยากขึ้น เช่นถ้าเดิมเรามักใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือกรณีทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ส่วนการจับจ่ายใช้สอยทั่วไปนั้น ให้ใช้วิธีการพกพาเงินเท่าที่จำเป็น ที่เราคำนวณแล้วว่า เป็นค่าใช้จ่ายประจำวันจริงๆ 
การที่เรามีเงินติดตัวไม่มาก เวลาที่เกิดอยากจะได้สิ่งโน้นสิ่งนี้ ก็จะลำบากกลับไปเอาเงินที่บ้าน เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ อารมณ์ความอยากวูบนั้นก็จะผ่านไปเช่นกัน การจัดสิ่งแวดล้อมเสียใหม่นี้ จึงช่วยให้เราตั้งหลักได้ทัน นอกจากนี้หลักการบริหารการเงินที่ดี เราต้องทำบัญชีรายเหลือ เมื่อเรารับเงินเดือนมา ต้องหักแบ่งเป็นเงินออม แล้วส่วนที่เหลือเฉลี่ยออกมาว่า วันหนึ่งๆเราสามารถใช้จ่ายได้วันละเท่าไร หลังจากหักค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่างๆแล้ว ซึ่งได้แก่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายสำหรับคนในครอบครัว เช่น ค่าเทอมลูกเป็นต้น


เมื่อเราคำนวณได้ว่าค่าใช้จ่ายต่อวันของเราคือ 150 บาท หากวันไหนเราต้องใช้จ่ายไป 180 บาทนั้น หมายถึงว่า วันพรุ่งนี้เราต้องพยายามจำกัดรายจ่ายให้เหลือแค่ 120 บาท เราก็จะสามารถบริหารการเงินได้ลงตัว จนถึงวันสุดท้ายของแต่ละเดือน ถ้าเราแบ่งเงินใส่ซองไว้ 30 ซองแล้วหยิบไปใช้วันละซอง ทำเป็นแบบอย่างให้ลูกหลานได้ฝึกบริหารการเงินก็จะยิ่งดี ถ้าครอบครัวใดทำได้อย่างนี้ชีวิตในแต่ละเดือนก็จะไม่เดือดร้อน การชนะใจตนเองนั้นยังสามารถฝึกฝนด้วยการเข้าอบรมคุณธรรมต่างๆ ฝ่ายชายหากได้เข้ารับการอบรมธรรมทายาท บวชภาคฤดูร้อน หรือบวชเข้าพรรษา ก็จะได้ฝึกการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ต้องฟุ้งเฟ้อในเรื่องปัจจัย 4 อาหารก็มาจากการบิณฑบาต เครื่องแต่งกายก็มีผ้าเพียง 3 ผืน คือ สบง จีวร สังฆาฏิ ที่เป็นทั้งชุดนอนชุดเที่ยวชุดเดียวกัน ที่อยู่อาศัยก็ใช้กลด หรืออยู่กุฏิร่วมกันไม่ต้องไปคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น เมื่อเราอยู่กับชีวิตเรียบง่ายเป็นเดือนๆ เราจะพบว่าแท้จริงแล้ว ชีวิตเราไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลย ยิ่งถ้าเราได้พบความสุข สงบจากการปฏิบัติธรรม สัมผัสกับความสุขที่เรียกว่า นิรามิสสุข คือสุขที่ไม่อิงอามิสเมื่อไร เราจะพบว่านี่คือความสุขที่เหนือกว่าความสุขที่อาศัยวัตถุเสียอีก ดังนั้นการที่เราจะตัดใจกับสิ่งที่เราเคยหลงใหล เคยติดใจ ก็จะทำได้ง่ายขึ้น เพราะความสุขจากสิ่งเหล่านั้นไม่อาจเทียบได้ กับความสุขประณีตจากการปฏิบัติธรรม 


ส่วนฝ่ายหญิงก็สามารถเข้าอบรมธรรมทายาทหญิง หรือเข้าร่วมในโครงการปฏิบัติธรรมต่างๆ เพื่อฝึกฝนเอาชนะใจตนเองได้เช่นกัน การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแม้เพียงแค่ 7 วัน ก็สามารถช่วยให้เราปรับแก้นิสัยหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะไม่ควร ต่างๆ ได้ไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิบัติธรรมจะช่วยให้ใจมีพลัง เมื่อถึงเวลาจะต้องตัดใจจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด เราก็จะสามารถเอาชนะใจตนเองได้อย่างฉับพลัน

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือ " ทันโลกทันธรรม 5  "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ