เหตุการณ์ก่อนทรงเเสดงปฐมเทศนา

วันที่ 03 มีค. พ.ศ.2564

3-3-64-3-b.jpg

เหตุการณ์ก่อนทรงเเสดงปฐมเทศนา

๑. ว่าด้วยพรหมอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม
เรื่องทรงพิจารณาความลึกซึ้งแห่งปฏิจจสมุปบาท

                 (๗) ครั้นล่วง ๗ วัน (ของสัปดาห์สุดท้ายที่ทรงเสวยวิมุติสุข) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงออก
จากสมาธิ แล้วเสด็จจากควงต้นราชายตนะ (ต้นเกด) ไปประทับหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด ณ ควงต้นอชปาล-
นิโครธ (ต้นไทร) ทรงมีพระปริวิตกแห่งจิตเกิดขึ้นว่า “ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้ ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก รู้ตามได้
ยาก สงบ ประณีต ละเอียด เป็นวิสัยที่บัณฑิตจะพึงรู้แจ้ง ส่วนหมู่ประชาผู้เริงรมย์ด้วยอาลัย ยินดีในอาลัย
เพลิดเพลินในอาลัย1 จะเห็นฐานะ คือ หลักอิทัปปัจจยตา หลักปฏิจจสมุปบาท คือความที่อวิชชาเป็นปัจจัย
แห่งสังขาร ฐานะ คือ ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สละ คือ อุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่ดับ

สนิท หากิเลสเครื่องร้อยรัดมิได้ ย่อมเห็นได้ยาก ก็ถ้าเราจะพึงแสดงธรรม และผู้อื่นจะไม่พึงรู้ทั่วถึงธรรม
ของเรา ข้อนั้นจะพึงเป็นความเหน็ดเหนื่อยเปล่าแก่เรา จะพึงเป็นความลำบากเปล่าแก่เรา”
อนึ่งเล่า อนัจฉริยคาถาเหล่านี้ที่ไม่เคยทรงสดับมาก่อน ได้ปรากฏแจ่มแจ้งแก่พระผู้มีพระภาคว่า


อนัจฉริยคาถา

                บัดนี้ เรายังไม่ควรประกาศธรรมที่เราบรรลุได้โดยยาก เพราะธรรมนี้
ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ถูกราคะและโทสะครอบงำ จะรู้ได้ง่าย เป็นธรรมที่จะพาทวนกระแส
 2ละเอียด ลึกซึ้ง รู้เห็นได้ยาก ประณีต ผู้กำหนัดด้วยราคะ ถูกกองโมหะหุ้ม
ห่อไว้ จักรู้เห็นไม่ได้

               เมื่อพระองค์ทรงพิจารณาดังนี้ พระทัยก็น้อมไปเพื่อการขวนขวายน้อย มิได้น้อมไปเพื่อ
แสดงธรรม

                (๘) ครั้งนั้น ท้าวสหัมบดีพรหมทราบความดำริในพระทัยของพระผู้มีพระภาคด้วยใจ
ของตน ได้มีความดำริว่า “ท่านผู้เจริญเอ่ย โลกจะฉิบหายหนอ โลกจะพินาศหนอ เพราะพระตถาคต
อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงน้อมพระทัยไปเพื่อการขวนขวายน้อย มิได้น้อมพระทัยไปเพื่อทรงแสดง
ธรรม” จึงหายไปจากพรหมโลกมาปรากฏ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค เปรียบประหนึ่งบุรุษมีกำลัง
เหยียดแขนออก หรือคู่แขนเข้าฉะนั้น แล้วห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่า คุกเข่าเบื้องขวาลงบนแผ่นดิน
ประนมมือไปทางที่พระผู้มีพระภาคประทับพลางทูลว่า “พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคได้โปรดแสดง
ธรรม ขอพระสุคตเจ้าได้โปรดแสดงธรรม เพราะสัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลีในตาน้อยมีอยู่3 สัตว์เหล่านั้นย่อม
เสื่อมเพราะไม่ได้สดับธรรม ผู้รู้ทั่วถึงธรรมจักมี4 ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาดังนี้ แล้วได้ทูลเป็น
ประพันธคาถาต่อไปว่า

 

พรหมนิคมคาถา

                  ในกาลก่อน ธรรมที่ไม่บริสุทธิ์อันคนที่มีมลทิน5 คิดค้นไว้ปรากฏใน
แคว้นมคธ พระองค์โปรดทรงเปิดประตูอมตธรรมนั้นเถิด ขอเหล่าสัตว์ จงฟัง
ธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ปราศจากมลทิน ได้ตรัสรู้แล้วตามลำดับ

                  ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาดีมีสมันตจักษุ เปรียบเหมือนบุรุษผู้ยืนอยู่บน
ยอดเขาซึ่งล้วนแล้วด้วยศิลา พึงเห็นหมู่ชนได้โดยรอบฉันใด พระองค์ผู้หมด
ความโศกแล้ว โปรดเสด็จขึ้นสู่ปราสาทอันสำเร็จด้วยธรรม จักได้พิจารณาเห็น
หมู่ชนผู้ตกอยู่ในความโศกและถูกชาติชราครอบงำได้ชัดเจนฉันนั้น

                   ข้าแต่พระองค์ผู้มีความเพียร ผู้ชนะสงคราม ผู้นำหมู่ ผู้ไม่มีหนี้
ขอพระองค์จงทรงอุตสาหะเสด็จจาริกไปในโลก

                  ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์โปรดจงทรงแสดงธรรม เพราะผู้รู้
ทั่วถึงธรรมจักมี

                  เมื่อท้าวสหัมบดีพรหมได้กราบทูลอย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสกับท้าวสหัมบดี
พรหมว่า พรหม แม้เราเองก็มีความดำริว่า ธรรมที่เราได้บรรลุแล้วนี้จะพึงเป็นความลำบากเปล่าเเก่เรา
พรหม อนึ่งเล่า อนัจฉริยคาถาเหล่านี้ที่ไม่เคยสดับมาก่อนได้ปรากฏแจ่มแจ้งแก่เราว่า


                   บัดนี้ เรายังไม่ควรประกาศธรรมที่เราได้บรรลุ ด้วยความลำบาก...
แต่เป็นสิ่งพาทวนกระแส...

                   พรหม เมื่อเราพิจารณาแจ้งชัดดังนี้ จิตย่อมน้อมไปเพื่อการขวนขวาย
น้อยหาน้อมไปเพื่อแสดงธรรมไม่

                    แม้ครั้งที่ ๒ ท้าวสหัมบดีพรหมก็ทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอ
พระผู้มีพระภาคได้โปรดแสดงธรรม... เพราะจักมีผู้รู้ธรรม”

                    แม้ครั้งที่ ๒ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสว่า “พรหม แม้เราเองก็มีความคิด
ว่า... หาน้อมไปเพื่อแสดงธรรมไม่”

                    แม้ครั้งที่ ๓ ท้าวสหัมบดีพรหมก็ทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้
มีพระภาคได้โปรดแสดงธรรม... เพราะจักมีผู้รู้ธรรม”


เชิงอรรถ
1อาลัย คือ กามคุณ ๕ ที่สัตว์พัวพัน ยินดี เพลิดเพลิน เป็นชื่อเรียกกิเลส ๒ อย่าง คือ กามคุณ ๕ และตัณหาวิจริต ๑๐๘
2พาทวนกระแส ในที่นี้หมายถึง พาเข้าถึงนิพพาน
3หมายถึง มีธุลี คือ ราคะ โทสะ โมหะ ปิดบังดวงตาปัญญาเบาบาง
4เหตุการณ์นี้เป็นที่มาแห่งพิธีอาราธนาพระสงฆ์แสดงธรรม
5คนที่มีมลทิน ในที่นี้หมายถึง ครูทั้ง ๖

 Total Execution Time: 0.0012685179710388 Mins