ฝึกสมาธิดูกำเนิดโลก ดูบุญตัวเอง

วันที่ 28 ธค. พ.ศ.2565

ฝึกสมาธิดูกำเนิดโลก ดูบุญตัวเอง

ฝึกสมาธิดูกำเนิดโลก

       คราวนี้ก็มาเจอปัญหาว่า เอ๊ะ!...ตั้งแต่ไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกเรื่อยมาจนกระทั่งมีอาการขึ้นๆ ลงๆ อย่างที่ว่านี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นได้อย่างไร ตอบว่า “เห็นได้” อย่าว่าแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ทุกคนที่นั่งอยู่นี่แหละ จะเป็นพระ จะเป็นเณร จะเป็นอุบาสก อุบาสิกา มีสิทธิจะเห็นได้ ถ้าตั้งใจทำภาวนามากเข้าๆ จนกระทั่งเข้าถึงธรรมกายในตัว พอเข้าถึงธรรมกายในตัวได้ ใจใส แล้วก็สว่าง พอใสด้วย สว่างด้วย หลับตาลืมตาสว่างโพลง ถึงจุดนี้สามารถระลึกชาติถอยหลังไปดูได้ว่า โลกมันเกิดมาอย่างไร นี่ประเด็นเงื่อนงำอยู่ตรงนี้ศาสดาอื่นๆ เขาไม่เคยฝึก เขาระลึกชาติไม่ได้ เขาก็ว่าไปเป็นนิยายปรัมปราว่า โลกเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พระพุทธเจ้าทรงระลึกชาติถอยหลังไปเห็นอย่างนี้ก็นำมาเล่าให้ฟัง
       คราวนี้สำหรับท่านที่สงสัยว่า เอ๊ะ!... เราเกิดมาจากไหนเมื่อไรจะตาย ตายแล้วไปไหน ไม่ต้องไปสงสัย ลงมือฝึกสมาธิเข้า แล้วอีกหน่อยเถอะ พอถึงธรรมกายแล้วจะเห็นเองว่าก่อนจะเกิดมาจากไหน ก่อนจะมาเข้าท้องพ่อท้องแม่มาจากไหน หรือก่อนจะมาเข้าท้องพ่อท้องแม่อีกตั้งเป็นล้านๆ ปีนะมาจากไหน ไปดูเอา ไม่ต้องมาถาม ให้อุปกรณ์แล้ว อุปกรณ์อะไร อุปกรณ์นี่ก็มี นี่ดวงแก้ว ตั้งไว้ดูให้จำได้ หลับตาลืมตาให้เห็นใสเชียว ถ้าไม่ชอบดวงแก้ว ก็ดูพระพุทธรูปโน่น ดูพระธรรมกายโน่น หลับตา ลืมตา นึกไปตั้งไว้กลางท้อง ฝึกหนักเข้า ๆ อีกหน่อยองค์พระเกิดชัดสว่างโพลง แล้วไปดูเอา ไม่ต้องถามใครก็ได้ ถ้าติดขัดมาหาหลวงพ่อ จะชี้ช่องทางให้ค่อย ๆ ฝึกไป

 

ดูบุญตัวเอง

        พระพุทธศาสนาสอนกันอย่างนี้ ไม่โมเม ส่วนที่บอกได้พอจะเข้าใจกันได้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตัดตอนมาบอกให้แล้วว่ามันเป็นยังไง แต่ถ้าใครจะถามว่า เมื่อไหร่ผมจะตายเวลาตายจะตายแบบไหน อยากรู้ก็นั่งสมาธิไปดูเองสิ อย่างรถขับๆ อยู่นี่ เมื่อไหร่มันจะหยุด เมื่อไหร่มันจะตาย อ๋อ!...นํ้ามันหมดมันก็ตาย แม้เครื่องดีๆ ตัวถังดีๆ มันก็ตายได้ คนเหมือนกัน รูปร่างแข็งแรงดีๆ อย่างนี้แหละ ลองหมดบุญสิตายเหมือนกัน ไม้จิ้มฟันแทงเหงือก ยังตายเลยก็แล้วกันแหละ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่จะหมดบุญ อ๋อ!...ฝึกมากเข้าๆ จนถึงธรรมกายในตัวใส สว่างโพลง ทีนี้เห็นชัดเลยว่าบุญเป็นอย่างไร ขณะนี้เรามีบุญเท่าไร รู้ แล้วก็รู้ด้วยว่าตนเองจะตายเมื่อไหร่

คนเราตายได้หลายกรณี คือ
      ๑. หมดกรรม คือ หมดบุญหรือหมดบาปก็ได้
      ๒. หมดอายุขัย
      ๓. หมดทั้งกรรมและอายุขัย

      การตายมีหลายกรณีนั่งเข้าที่ไปดูเอาเองแล้วจะชัด อ๋อ!...นี่จะตาย รู้แล้วจะได้เตรียมตัว ตายแล้วไปไหน เห็นอีกนั่นแหละ ถ้าบุญเราเท่านี้ เอ้อ!... มันก็จะพอกับสวรรค์ขนาดนี้ถ้าบุญเรามากกว่านี้ นั่นไปเป็นพรหม ถ้าบุญเรามากถึงขนาดหนึ่ง มันก็ต้องไปนิพพานกันสิ ไล่กันมาเป็นตอนๆ ด้วยเหตุด้วยผลอย่างนี้ ขอให้ภูมิใจเถอะ เกิดมาเป็นคนไทย ปู ย่า ตา ยาย เลือกเอาศาสนาที่มีเหตุมีผล ให้ความรู้เป็นขั้นตอนเตรียมมาให้พวกเราแล้ว ไม่มีบรรพบุรุษของคนชาติไหนหรอกที่จะหาภูมิรู้ดีๆ เอาไว้ให้อย่างนี้ บรรพบุรุษของไทยนี่เก่งจริง ๆ เลย

       ความลึกลับซับซ้อนที่ว่ามาทั้งหมด ไม่ใช่วิสัยของศาสดาใดๆ ในโลกที่จะมาพูดได้ แต่เป็นวิสัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่จะมารู้มาเห็นในเรื่องเหล่านี้ จงดีใจเถอะ ภูมิใจเถอะ ที่ ปู ย่า ตา ยาย เลือกศาสนามาให้เราน่ะ เลือกไม่ผิดแล้ว เพราะฉะนั้น ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมตามศาสดาของเรา แล้วเราจะไม่พลาด นรกจะไม่ไป เปรตก็ไม่ไป อสุรกายก็ไม่ไป สัตว์เดรัจฉานก็ไม่ไป ไปอยู่อย่างเดียว ถ้ายังไม่หมดกิเลสก็ไปสวรรค์ขั้นต่างๆ จนถึงชั้นพรหม จากสวรรค์ก็มาเกิดเป็นมนุษย์ วนเวียนสร้างความดีอยู่ พอกำลังบุญเต็มที่เมื่อไรก็ไปนิพพานกัน เลิกเวียนเกิดเวียนตายกันอีก

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0052992502848307 Mins