ง่วง - เมื่อย – ฟุ้ง

วันที่ 17 กพ. พ.ศ.2559

 

ง่วง - เมื่อย – ฟุ้ง

 

สรุปโอวาทที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมที่ ๒๓๓

        ง่วง - เมื่อย – ฟุ้ง : ถ้าง่วงก็ปล่อยให้หลับ อย่าไปฝืน แต่หลับอย่างผู้มีปัญญา อย่างบัณฑิตนักปราชญ์ หลับแล้วต้องได้บุญ หลับแล้วจิตต้องบริสุทธิ์ไปด้วย หลับแล้วยังอาจจะเป็นต้นทางให้เราได้เข้าถึงธรรม ก็คือหลับที่ศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ กลางอู่แห่งทะเลบุญ เมื่อยก็ขยับ แต่อย่าให้สะเทือนคนข้าง ๆ ฟุ้งก็ค่อย ๆ ลืมตาทีละน้อย มาดูภาพที่ทำให้ใจเราบริสุทธิ์ ให้ใจเราสูงขึ้น จะลืมตามาดูภาพคุณยายอาจารย์ฯ ภาพหลวงปู่วัดปากน้ำฯ ภาพดวงแก้ว ภาพองค์พระ ดูให้สบายใจ พอหายฟุ้งก็ค่อย ๆ หรี่ตาไปจนถึงในระดับที่สบาย แล้วก็รักษาระดับนั้นเอาไว้ ถ้าฟุ้งละเอียด ไม่ต้องลืมตา เพราะเป็นความฟุ้งที่เราควบคุมได้ แค่เราไม่สนใจกับความคิดที่มันผ่านมาในใจเท่านั้น พอไม่สนใจมันก็จะหายไป ใจก็จะหยุดนิ่งแล้วก็ละเอียดลงไปตามลำดับ เพราะฉะนั้น จำง่าย ๆ คือ ง่วงก็ปล่อยให้หลับ เมื่อยก็ขยับ ฟุ้งก็ลืมตา (ยกเว้นฟุ้งละเอียด) แล้วก็ว่ากันใหม่ แล้วพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อย่างง่าย ๆ อย่างถูกหลักวิชชา ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่พันครั้งก็ตาม

         ความชัดจะต้องชัดขึ้นมาเอง : ปฏิวัติความคิดให้จิตบริสุทธิ์หยุดนิ่งได้ ให้จิตของเราทุกคนคลายกังวลจนเข้าถึงพระธรรมกาย และการมองภาพภายในจะไปเพ่งให้ภาพชัดไม่ได้ ความชัดจะต้องชัดขึ้นมาเอง ซึ่งจะอดใจกันไม่ค่อยได้ เผลอไปลุ้น ไปเร่ง อยากให้ภาพชัด ทำจนติดเป็นนิสัยซึ่งไม่ใช่เรื่องดี นอกจากไม่ได้แล้ว ยังไม่เกิดประโยชน์อะไรอีก

 

 

คุณครูไม่ใหญ่