ให้ฝันสวยข้างใน ทอประกายอีกครั้ง

วันที่ 11 สค. พ.ศ.2560

 ให้ฝันสวยข้างใน  ทอประกายอีกครั้ง,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

   ให้ฝันสวยข้างใน  ทอประกายอีกครั้ง

     ใครบ้างไม่เคยฝันถึงความงดงามในชีวิต ไม่ปรารถนาความสุนทรีย์ของธรรมชาติ และเมื่อรวมเอาความฝันบรรเจิดมาไว้ด้วยกัน

      ใครกล้าปฏิเสธบ้าง ว่านั่นคือฝันของความสำเร็จที่สมบูรณ์แบบจริงๆ จนทำให้ไม่กล้าจะหยิบฝันเดิมนั้นขึ้นมาปัดฝุ่น เพราะคิดว่าเป็นเพียงความฝัน  ที่ไม่อาจเป็นจริงได้ แต่พากันเสาะหาความสำเร็จในรูปแบบใหม่ ที่คิดว่าเข้าถึงได้ง่ายกว่า การกลับปรากฏว่า ความสำเร็จที่หากได้มา ไม่ทำให้ใจ หรืออารมณ์หรือความปรารถนาภายในเป็นสุขได้  เหมือนที่เคยคะเนไว้ด้วยใจที่ถูกครอบคลุม  ด้วยกลไกของการศึกษาและสังคม

      ชีวิตจึงยังคงมีความทุกข์เจือปน  อารมณ์จึงยังไม่สดใสเต็มที่ ความชื่นบานยังไม่มีเหมือนที่เคยได้รับขณะชีวิตยังอยู่ในวัยต้น วัยที่ทุกคนยอมรับว่าสดใส  เป็นสุขด้วยอารมณ์ที่เบิกบานกว้างไกลไปกับครอบฟ้า

    แต่ด้วยความไม่เข้าใจ  จึงคิดว่านั่นคือความคิด ความฝันของเด็กๆที่ไม่สามารถย้อนกลับไปหาได้ เพราะขณะนี้เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว

     ดังนั้น เราจึงพาไม่สดใสเบิกบานเท่าที่ควร

    ในเมื่อความจริง  หากเราผนวกเอาความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ที่ได้ใหม่  ผสมเข้าไปกับอารมณ์สุขใสในวัยเด็ก

    คิดดูเถอะ เราจะเป็นสุขเพียงไหน  ความสมบูรณ์จะมาสู่เราได้อย่างไร  เมื่อนั้น คำตอบจะหลั่งไหลมาสู่ประตูแห่งความสำเร็จจะเปิดต้อนรับการก้าวเดินของเราได้ในทันที

     เช่นนี้แล้ว จะหันมาสนใจกันได้หรือยัง ไม่ยาก ไม่เพ้อฝัน และไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่าง่ที่คิด

    หวนนึกถึงวันเวลาในวัยเยาว์ คิดวดุว่าคือสิ่งที่เป็นยอดปรารถนา จะพบว่าสิ่งนั้นคือ  ความเป็นอิสระจากการท้วงติง  การได้วิ่งอย่างเต็มฝีเท้า ตะโกนแข่งกับสายลม หวังให้เสียงข้ามทุ่งไปแสนไกล ได้ท่อง จุ่มแกว่งเท้าในน้ำใสที่ไหลเย็น ชะโงก ชะแง้ หรือก้มลงมองดูปลาบ้าง ก้อนหิน ตะไคร่น้ำบ้างอย่างเต็มฝัน เล่นกลางท้องทุ่ง เรือกสวน ในเวลาแจ้ง และแกล้งทำให้ตัวเปียกเพื่อจะได้ถือโอกาลเล่นน้ำฝนในช่วงฝนชุก ความสนุก ความสุขสดชื่น บดบังความกลัวสายฟ้า เสียงฟ้าๆได้สนิท

     ถูกแล้ว ธรรมชาติและความเป็นอิสระในช่วงเวลาหนึ่ง

     พากันให้สิ่งเหล่านั้นแก่ตัวเอง คนใกล้ชิด และครอบครัวเถิด ด้วยการพากันออกไปพักผ่อนหย่อนใจปรับตัว ปรับอารมณ์ให้คล้องจองไปกับธรรมชาติรอบข้าง อย่างไม่ต้องมัวเมาร่างกายด้วยเครื่องดื่มละเอียดหรือเครื่องดื่มปลุกใจ ปล่อยให้ร่างกายและอารมณ์ เข้าไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติอย่างบริสุทธิ์เช่นที่เคยเป็นมาในวัยเยาว์แล้วธรรมชาติจะทำหน้าที่ซึมแทรกเข้าไปดึงเอาความร่าเริงแจ่มใสที่ซุกซ่อนไว้นับปี  ให้ออกมาเผยโฉมหน้ากับเจ้าของอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ด้วยความรู้สึกกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันไปกับเสียงฮัมเพลงของใบไผ่ขณะต้องลมภูเขา  เข้าใจในความบริสุทธิ์ของเปลวคลื่นที่กระฉอกตัวเป็นพลิ้วระริกเห็นความใสน้ำไหลของร่องลำธารน้อยๆ เพลินไปกับการกวักปีกบินว่อนกินลมของนกทะเล

     ชีวิต ประสบการณ์ ความรู้จะถูกผสมผสานเข้าไปกับความสดใสร่างเริงในวัยต้นที่หลบซ่อนอยู่เป็นเวลานาน กลายเป็นความรู้สึกซาบซ่าน ปลดปล่อย เป็นอิสระจากการล่ามร้อยใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเป็นครอบครัว หรือเพียงคนเดียว

   และถ้าหากใช้เวลาพักผ่อนไปอย่างไม่กักตัวเองหรือกลุ่ม ไว้กับแปนการจนเกินไป  เพียงแต่มีการกำหนดการไว้ แต่ปล่อยให้กฎนั้นหย่อนๆสบายๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ความระแวดระวัง รีบเร่ง เกร็งไปกับสิ่งที่เรากำหนดขึ้นมา ทั้งๆที่การมาเที่ยวก็เป็นไปเพื่อหลีกออกมาจากกฎระเบียบกลไก ที่เราต่างช่วยกันว่างไว้จนแน่นหนา

      หากต้องมาเจอะเจออีก ขณะกำลังพักผ่อนละก็
     
      ความสุนทรีย์ ความสดชื่น จะถดถอยลอยลับ ไปเสียกว่าครึ่ง เท่ากับว่าหนีไม่พ้นเครื่องพันธนาการเท่ากับว่ายิ่งเปิดโอกาสให้กฏเกณฑ์ ข้อบังคับนั้นยิ่งร้อยรัดหนาแน่นหนักขึ้น

        ฉะนั้น มาช่วยกันให้ใจข้างในของเราทอความสดใสออกมา  ด้วยการพักผ่อนหย่อนใจ อย่างสบายๆไปกับธรรมชาติ โดยไม่ลืมที่จะให้อิสระแก่อารมณ์ด้วยการไม่ปนของมึนเมาเข้าไปในสำนึก

        แน่นอน  ใจจะผ่องใส  และมีพละกำลังขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

     ซึ่งไม่เป็นเรื่องเสียหายมิใช่หรือที่จละลองดู ง่ายๆแต่ให้ความสำเร็จเริ่มสาดแสงปลายๆ ทอประกายเรื่อเรืองให้เห็นได้ด้วยตน


 

 

จากหนังสือ กุญแจใจ     

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร