อยู่ที่แก้ไข

วันที่ 17 สค. พ.ศ.2560

อยู่ที่แก้ไข,วาไรตี้,บทความประจำวัน

 

อยู่ที่แก้ไข

 

   คนที่ถูกตลอดกาล คือ คนไม่เคยทำงานสักนิด
   คนที่ทำผิด  คือคนที่ติดกับงานเสมอ
   แต่เมื่อพลาดพลั้ง เผลอ
   จะต้องอยู่ที่แก้ไข

    การพลาดพลั้งผิดไป เป็นเรื่องสามัญที่เกิดได้ทุกขณะของการทำงาน ด้วยไม่มีใครหยั่งรู้ได้ ทุกขณะของการ
ทำงาน ด้วยไม่มีใครหยั่งรู้ได้โดยตลอดถึงเหตุการณ์ข้างหน้า ไม่มีใครคาดใจ หรือการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง
ได้อย่างเหมือนกับใจของตัวเอง  ซ้ำยังไม่มีใครรู้อีกด้วยซ้ำว่า ใคร คนไหน จะลึกล้ำ เก่งกล้า จะดำดินด้วยเล่ห์
มายาอย่างไร

    ดังนั้น การทำงานทุกชนิด ทุกอย่าง จึงประหนึ่งการก้าวเดินไปในหนทางใหม่ แม้จะเคยชินในสายงานนั้น แต่ก็เหลือวิสัยที่จะคาดเดาถึงเหตุบังเอิญที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้เพราะการทำงาน การตัดสินใจ ในแต่ละครั้งนั้น
เป็นแต่เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ส่วนผล หรือขบวนการต่างหากที่เต็มไปด้วยตัวร่วม ตัวแปรอีกมาก ที่ไม่มีผู้ใด
สามารถประมาณการได้ถูกต้องเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ 

     ความผิดพลาด จึงเกิดขึ้นได้เสมอ

    แน่นอน อาจเกิดจากความประมาท หรือ การรู้ไม่เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งก็คือบทสรุปของข้อความที่กล่าวไว้ในสองข้างบน

    ทีนี้ เมื่อความผิดเกิดขึ้น ความสับสน วิตกปัญหา ย่อมจะประดังเข้ามาให้แก้ไข วิธีที่จะทำให้ปัญหาเล็กหรือใหญ่ผ่านไปด้วยดีนั้น มีอยู่หลายอย่าง ตามแต่ความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร  ตามแต่ความเหมาะสมของแต่ละสายงาน สายอาชีพ แต่สิ่งหนึ่งที่อาจไปใช้ได้ในทุกๆปัญหา ทุกๆสายงาน คือการแก้ไขลงไปที่ปัญหา เพราะในหลักจิตวิทยาก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า ในขบวนการของความผิดทั่วไปทั้งหลายในโลกนั้น ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ที่ตกอยู่ในความผิดนั้นจริงๆ โดยเฉพาะตัวทำให้เกิดความผิด หรือการตัดสินใจในงานนั้นมีอยู่ไม่เพียงหนึ่งเป็นผู้ที่ตกอยู่ในความผิด่นั้นจริงๆ โดยเฉพาะ ตัวทำให้เกิดความผิด หรือการตัดสินใจผิดในงานนั้นมีอยู่ไม่เพียงหนึ่งเดียว และถ้าหากเป็นความผิดที่ไม่ถึงระดับร้ายแรง สิ่งที่ควรกระทำที่สุดเป็นประการแรกคือมุ่งที่วิธีที่จะแก้ไขก่อนเป็นประเด็นสำคัญ

     ส่วนจะให้วิธีแก้ดำเนินไปอย่างสะดวกใจนั้น ผู้บริหารหรือผู้เกี่ยวข้องต้องมาบริหารใจของตัวเองเสียก่อน ให้เป็นผู้ปล่อยวางความโกรธ ความไม่พอใจให้ได้

  รีบเร่งปรับใจของตัวเอง และผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ตรงกลาง มองเหตุผลอย่างเป็นกลางให้เต็มที่ เพื่อให้ตนเองและทุกคนมุ่งมองไปที่ตัวบุคคล  เพราะอาจจะทำให้ เกิดความเสียกำลังขึ้นได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่ตั้งใจทำงานแต่บังเอิญพลาดไปด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม
    
   ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้ผู้ที่พลาดเกิดกำลังใจ ขวัญไม่เสียและช่วยแก้ไชในระบบ ในขบวนการได้ เพราะแน่นอนที่สุด ผู้ที่พลาดมักจะรู้เหตุดี และรู้ในขบวนการนั้นพอสมควร ถ้าหากทำให้ต้นปัญหา หาทางแก้ไขได้อย่างสบายใจแล้ว ปัญหาก็จะคลี่คลายได้ง่ายและเร็วกว่า 

    และถ้าเป็นเช่นนั้น ปัญหาหนักหนาเพียงใด ความผิดมากมายแค่ไหน ก็จะผ่านไปได้แน่ๆ

   ครั้นเมื่อการแก้ไขผ่านพ้นไปแล้ว จึงสมควรกลับมามองกันที่ตัวบุคคล มองด้วยใจที่เป็นกลางที่สุด ผู้บังคับบัญชาจะต้องรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักประมาณความสามารถ ความเข้าใจ และพื้นฐานของผู้ใต้บังคับบัญชาได้เป็นอย่างดี

  ที่ต้องเป็นเช่นนี้ ก็เพราะจำได้ปรับการวางตัวบุคคลใหม่ ปรับระเบียบวิธีใหม่ ให้คล่องตัวขึ้นและให้โอกาสของความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ยากกว่าเดิม

   สำคัญที่สุด จะต้องไม่มีลงทัณฑ์กัน ว่ากล่าว ดูถูกดูแคลนกัน นอกเหนือไปจากขบวนการในงาน เมื่อพ้นภาวะของงานแล้ว ขอให้ทุกคนกลับสู่ความเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เหมือนที่เคยเป็นมา ด้วยความชุ่มชื่นใจ

    อย่างนี้แล้ว ความสำเร็จจะหนีไปไหน หากขบวนการ สายงาน ทุกคนเต็มไปด้วยความเข้าใจต่อกัน

 

 

จากหนังสือ กุญแจใจ