มงคลสูตร สูตรว่าด้วยมงคลชีวิต ๓๘ ประการ ใช้สวดเพื่อเสริมสิริมงคลและจุดเทียนนํ้ามนต์

วันที่ 03 ธค. พ.ศ.2563

มงคลสูตร สูตรว่าด้วยมงคลชีวิต ๓๘ ประการ ใช้สวดเพื่อเสริมสิริมงคลและจุดเทียนนํ้ามนต์

มงคลสูตร
สูตรว่าด้วยมงคลชีวิต ๓๘ ประการ ใช้สวดเพื่อเสริมสิริมงคลและจุดเทียนนํ้ามนต์

(นำ) (หันทะ มะยัง มังคะละสุตตะคาถาโย ภะณามะ เส.)
(เชิญเถิด เราทั้งหลาย มาสวดคาถามงคลสูตรกันเถิด.)
(รับ) เอวัมเม สุตัง, ข้าพเจ้าพระอานนท์เถระ ได้สดับมาอย่างนี้ว่า :-
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา สาวัตถิยัง วิหะระติ เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ อาราเม, 
ในสมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จประทับอยู่ ในพระเชตวนารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ในกรุงสาวัตถี ;

อะถะโข อัญญะตะรา เทวะตา, ครั้งนั้นแล เทพยดาองค์ใดองค์หนึ่ง ;

อะภิกกันตายะ รัตติยา, อะภิกกันตะวัณณา, มีรัศมีงามยิ่ง เมื่อราตรีปฐมยามผ่านไปแล้ว ;

เกวะละกัปปัง เชตะวะนัง โอภาเสต๎วา, ยังพระเชตวันทั้งสิ้น ให้สว่างไสวทั่วแล้ว ;

เยนะ ภะคะวา เตนุปะลังกะมิ, ได้เข้าไปเฝาพระผูมีพระภาคเจ้า จนถึงที่ประทับ ;

อุปะสังกะมิต๎วา ภะคะวันตัง อะภิวาเทต๎วา เอกะมันตัง อัฏฐาสิ, ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว จึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ;
เอกะมันตัง ฐิตา โข สา เทวะตา, ภะคะวันตัง คาถายะ อัชฌะภาสิ, เทวดาผู้ยืนอยู่ ณ ที่ส่วนข้างหนึ่งนั้นแล ได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยคาถาว่า :-
พะหู เทวา มะนุสสา จะ, เทวดาและมนุษย์เป็นอันมาก ;
มังคะลานิ อะจินตะยุง อากังขะมานา โสตถานัง, ผู้หวังความสวัสดี ได้พากันคิดถึงมงคล คือ เหตุให้ถึงความเจริญทั้งหลาย ;
พ๎รูหิ มังคะละมุตตะมัง. ขอพระองค์ จงตรัสบอกมงคลอันสูงสุดด้วยเถิด ดังนี้.

*เมื่อเริ่มสวด อะเสวะนา ให้จุดเทียนทำนํ้ามนต์
(พระผ้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสมงคล ฅ๘ ประการว่า)
*อะเสวะนา จะ พาลานัง, การไม่คบคนพาลทั้งหลาย ๑ ;
ปัณฑิตานัญจะ เสวะนา, การคบแต่บัณฑิตทั้งหลาย ๑ ;
ปูชา จะ ปูชะนียานัง, การบูชาคนที่ควรบูชา ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๓ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
ปะฏิรูปะเทสะวาโส จะ, การอยู่ในประเทศที่สมควร ๑ ;
ปุพเพ จะ กะตะปุญญะตา, ความเป็นผู้มีบุญอันกระทำไว้แล้วในกาลก่อน ๑ ;
อัตตะสัมมาปะณิธิ จะ, การตั้งตนไว้โดยชอบธรรม ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๓ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
พาหุสัจจัญจะ สิปปัญจะ, ความเป็นผู้เรียนรู้มาก ๑ การมีศิลปวิทยา ๑ ;
วินะโย จะ สุสิกขิโต, ความเป็นผู้มีวินัยอันศึกษาดีแล้ว ๑ ;
สุภาสิตา จะ ยา วาจา, การพูดแต่วาจาที่ดี ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
มาตาปิตุอุปัฏฐานัง, การบำรุงมารดาบิดา ๑ ;
ปุตตะหารัสสะ สังคะโห, การสงเคราะห์บุตร ๑ ; และภรรยา ๑ ;
อะนากุลา จะ กัมมันตา, การเป็นผู้ทำงานไม่คั่งค้าง ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
ทานัญจะ ธัมมะจะริยา จะ, การให้ทาน ๑, การประพฤติธรรม คือกุศลกรรมบถสิบ ๑ ;
ญาตะกานัญจะ สังคะโห, การสงเคราะห์ญาติทั้งหลาย ๑ ;
อะนะวัชชานิ กัมมานิ, การทำงานที่ปราศจากโทษ ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
อาระตี วิระตี ปาปา, การงดเว้นจากความชั่ว ๑ ;
มัชชะปานา จะ สัญญะโม, การละเว้นจากการดื่มน้ำเมา ๑ ;
อัปปะมาโท จะ ธัมเมสุ, ความไม่ประมาทในธรรม ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๓ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
คาระโว จะ นิวาโต จะ, การให้ความเคารพ ๑, การอ่อนน้อมถ่อมตน ๑ ;
สันตุฏฐี จะ กะตัญญุตา, ความสันโดษ ๑, ความกตัญญู ๑ ;
กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง, การฟังธรรมตามกาลเวลา ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๕ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
ขันตี จะ โสวะจัสสะตา, ความอดทน ๑, ความเป็นผู้ว่าง่าย ๑ ;
สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง, การได้พบเห็นสมณะคือผู้สงบ ๑ ;
กาเลนะ ธัมมะสากัจฉา, การสนทนาธรรมตามกาลเวลา ๑ ;

เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้เป็นมงคลอันสูงสุด.
ตะโป จะ พ๎รัห๎มะจะริยัญจะ, ความเพียรเครื่องเผากิเลส ๑ ; การประพฤติพรหมจรรย์ ๑ ;
อะริยะสัจจานะ ทัสสะนัง, การเห็นอริยสัจทั้งหลาย ๑ ;
นิพพานะสัจฉิกิริยา จะ, การทำนิพพานให้แจ้ง ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ นะ กัมปะติ, จิตไม่หวั่นไหวตามโลกธรรมทั้งแปด ๑ ;
อะโสกัง วิระชัง เขมัง, จิตไม่เศร้าโศก ๑, จิตหมดธุลี คือกิเลส ๑, จิตถึงความเกษม คือปลอดจากโยคะกิเลสทั้งปวง ๑ ;
เอตัมมังคะละมุตตะมัง. ๔ ข้อนี้ เป็นมงคลอันสูงสุด.
เอตาหิสานิ กัต๎วานะ สัพพัตถะมะปะราชิตา, สัพพัตถะ โสตถิง คัจฉันติ,
เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พากันปฏิบัติมงคลธรรม เครื่องให้ถึงความเจริญเช่นนี้แล้ว, ย่อมเป็นผู้ไม่พ่ายแพ้ข้าศึกทุกหมู่เหล่า ย่อมถึงความสุขสวัสดี ในที่ทุกสถาน ;

ตันเตสัง มังคะละมุตตะมันติ. ข้อนั้นเป็นมงคลอันสูงสุด ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหล่านั้น ด้วยประการนี้แล.

 Total Execution Time: 0.001816999912262 Mins