ที่พึ่งอันเกษม

วันที่ 18 เมย. พ.ศ.2567

180467b01.jpg


ที่พึ่งอันเกษม
๑ สิงหาคม ๒๕๓๖
พระธรรมเทศนา เพื่อการปฏิบัติธรรม วัดพระธรรมกาย
โดย... พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)

 


                ต่อจากนี้เราจะได้นั่งหลับตาเจริญสมาธิภาวนากันนะจ๊ะ ให้นั่งขัดสมาธิ โดยเอาขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ให้นิ้วชี้ของมือข้างขวา จรดนิ้วหัวแม่มือข้างซ้าย วางไว้บนหน้าตักพอสบาย ๆ หลับตาของเราเบาๆ หลับพอสบาย ๆ คล้าย ๆ กับเรานอนหลับอย่าไปบีบหัวตา อย่ากดลูกนัยน์ตา หลับพอสบาย ๆ นะจ๊ะ คล้ายๆ กับเรานอนหลับ ขยับเนื้อขยับตัวของเราให้ดี กะคะเนว่าเลือดลมในตัวของเราเดินได้สะดวก เราจะได้ไม่ปวดไม่เมื่อยกันนะจ๊ะ สำหรับท่านที่มาใหม่ ท่านั่งที่แนะนำไปเมื่อสักครู่นี้ เป็นท่านั่งมาตรฐาน ที่ถอดแบบออกมาจากพระธรรมกายในตัว ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี ท่านได้ค้นพบขึ้นมา ถ้าเราสามารถนั่งในท่านี้ได้จะเป็นท่าที่ดีที่สุดสมาธิของเราจะตั้งมั่นได้อย่างดีทีเดียว นี่เป็นท่ามาตรฐานนะจ๊ะ ใหม่ ๆ เรายังไม่คุ้นเคยกับท่านี้น่ะ

 


                 เราก็สามารถนั่งได้ในท่าที่สบาย ๆ ปูอาสนะโดยยกก้นหนุนกันให้สูงขึ้นมาสักหน่อยนึง ให้ข้างหลังสูงกว่าข้างหน้า จะได้ไม่เมื่อย และจะมีความรู้สึกว่ากายตั้งตรง แบบธรรมชาติ เราจะนั่งขัดสมาธิชั้นเดียวก็ได้ จะนั่งพิงข้างฝาก็ได้ หรือจะนั่งบนเก้าอี้ห้อยเท้าก็ได้ จะพับเพียบอะไรก็ได้ทั้งนั้น ให้สบาย ๆ ทำใจให้เบิกบานให้แช่มชื่น ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ผ่องใส ทำตัวของเราประหนึ่งว่าย้อนยุคไปสู่สมัยพุทธกาล เราจะไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าท่ามกลางพระอริยสาวกพร้อม ๆ กัน พร้อม ๆ กันไปอย่างเงี้ยะ ทั้งหลวงพ่อด้วย ทั้งพวกเราด้วย เหมือนไปนั่งอยู่ท่ามกลางพระอริยสาวก โดยมีพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นประมุข 

 


                เพราะฉะนั้นต้องทำใจให้สงบ ให้หยุด ให้นิ่ง ให้เบิกบาน ให้แช่มชื่น ให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ ให้ผ่องใส ๆ พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ให้แก่พระปัญจวัคคีย์ สรุปโดยย่อสั้น ๆ น่ะ ก็คือท่านแนะให้เดินสายกลาง ในแง่ของการปฏิบัติธรรม ท่านแนะให้เดินสายกลาง อย่าตึงเกินไป และก็อย่าหย่อนเกินไปให้ทำอย่างพอดี พอดี โดยท่านยกตัวอย่างของการตึงเกินไปในสมัยพุทธกาล ได้กล่าวถึงวิธีการปฏิบัติที่เข้มงวดกระทั่งเคร่งเครียด คือการบำเพ็ญทุกรกิริยา ในสมัยนั้นก็มีอยู่หลายวิธีการ คือทำตัวเองให้เจ็บปวด ให้ทรมานโดยคิดว่าวิธีการนั้นจะทำให้บรรลุมรรคผลนิพพาน หรือวิธีการนั้นจะทำให้พระผู้เป็นเจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดประทานพรวิเศษให้ ทำให้ตัวมีฤทธิ์ มีอำนาจ นั่นก็เป็นความเข้าใจกันอย่างนั้น 

 


                ส่วนหย่อนเกินไปก็คือ พวกที่ประกอบตนให้พัวพันไปด้วยกามสุขต่าง ๆ นั่นก็เป็นประเภทที่หย่อนเกินไป แบบฆราวาส ท่านว่า ๒ วิธีนั้นน่ะ มันไม่เกิดประโยชน์ ตึงเกินไปก็บอกว่าการทุกข์ทรมานทำให้การตรัสรู้ธรรม ทำให้บังเกิดการตรัสรู้ธรรมขึ้น อีกพวกหนึ่งก็สอนว่า จงกิน จงดื่มจงเที่ยว ทำแบบฆราวาส คือการตรัสรู้ธรรม เดี๋ยวนี้ทั้ง ๒ วิธีนี้ก็ยังมีปรากฏอยู่ ในหลาย ๆ แห่งทั่วโลก เพื่อจะให้ได้บรรลุธรรม แต่พระพุทธเจ้าผ่านมาหมดแล้ว ท่านไม่เห็นด้วย และก็ไม่ประสบความสําเร็จในการบรรลุธรรม ท่านมาพบหนทางสายกลางภายใน คือนอกจากจะเว้นวิธีการอย่างหยาบ ๆ ทั้ง ๒ อย่างนั้นแล้วท่านมุ่งมาสู่สายกลางภายใน 

 


                โดยวิธีการทำใจให้หยุดให้นิ่ง อยู่ภายในตัวของท่านในกลางกายของมนุษย์นั้นน่ะ มีทางเดินของใจอยู่ ๗ ฐาน คือฐานที่ ๑ อยู่ที่ปากช่องจมูก ท่านหญิงอยู่ข้างซ้าย ท่านชายอยู่ข้างขวา ฐานที่ ๒ อยู่ที่เพลาตา ตรงหัวตาที่น้ำตาไหล ท่านหญิงข้างซ้าย ท่านชายข้างขวา ฐานที่ ๓ อยู่ที่กลางถูกศีรษะในระดับเดียวกับหัวตา ฐานที่ ๔ อยู่ที่เพดานปาก ช่องปากอาหารสำลัก ฐานที่ ๕ อยู่ที่ปากช่องคอเหนือลูกกระเดือก ฐานที่ ๖ อยู่กลางท้อง ระดับเดียวกับสะดือ โดยสมมุติว่าขึงเส้นด้าย ๒ เส้น จากสะดือทะลุไปข้างหลังเส้นหนึ่ง จากด้านขวาทะลุไปด้านซ้ายอีกเส้นหนึ่ง ให้เส้นด้ายทั้ง ๒ ตัดกันเป็นกากบาท จุดตัดเล็กเท่ากับปลายเข็ม ตรงนี้เรียกว่าศูนย์กลางกายฐานที่ ๖ ยกถอยหลังขึ้นมา ๒ นิ้วมือ โดยสมมุติเอานิ้วชี้กับนิ้วกลางวางซ้อนกัน แล้วนำไปทาบ ตรงจุดตัดของเส้นด้ายทั้ง ๒ สูงขึ้นมา ๒ นิ้วมือเรียกว่าศูนย์กลางกายฐานที่ ๗        

 


                ตรงนี้แหละเป็นที่ตั้งของใจ คือจะต้องเอาความเห็น ความจำ ความคิด ความรู้ พูดง่าย ๆ คือความรู้ตัวทุกอย่างมารวมหยุดเป็นจุดเดียวกันที่ตรงนี้ ตรงฐานที่ ๗ ให้ใจหยุดใจนิ่งเฉยอยู่ตรงนี้อย่างสบาย ๆ ให้ใจหยุดใจนิ่งเฉยอย่างสบาย ๆ ต่อเนื่องกันไป ทำอย่างนี้ แค่นี้เท่านั้น แล้วจะพบหนทางสายกลางที่พระพุทธเจ้าท่านสอนพระปัญจวัคคีย์ทั้งหลาย ว่าทางสายกลางในตัว มันมีลักษณะเป็นยังงี้ ยังงี้ ไม่เรื่อย ๆ เลย ให้เอาใจมาหยุดมานิ่งเฉย ๆ อย่างสบาย ๆ ไม่ให้กระสับกระส่าย ไม่ให้ทุรนทุราย ให้ทำใจหลวม ๆ อย่างสบาย ๆ น่ะ อย่าให้ตึงเกินไป ให้หลวม ๆ สบาย ๆ ไม่มั่นหมายว่า จะได้อะไรจะเห็นอะไร ทำอย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้นน่ะ นิ่งอยู่ภายในอย่างสบาย ๆ แล้วจะพบหนทางสายกลางซึ่งพระรัตนตรัยที่เป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดทั้งหลายอยู่ในกลางนั้น พระพุทธเจ้าท่านสอนทางสายกลางอย่างนี้เรื่อยไป พระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ก็ทำอย่างนี้ไปน่ะ 

 


                แต่พระโกณฑัญญะท่านหยุดก่อน คือใจท่านหยุดก่อนเพื่อนเลย ทำได้ตามที่สอนคือบอกให้ทำใจให้หยุดให้นิ่ง อย่างเบาสบาย หลวมๆ สบาย ๆ ไม่มั่นหมายว่าอะไรจะเกิดขึ้นให้นิ่ง ๆ พอถูกส่วนเข้าก็จะพบดวงธรรมภายใน มีลักษณะกลมเหมือนลูกแก้ว เหมือนดวงแก้ว อย่างนี้น่ะ อย่างเล็กคล้าย ๆ จุดสว่างเหมือนดวงดาวในอากาศ อย่างกลางก็เหมือนกับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ อย่างใหญ่ก็ขนาดพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน บังเกิดขึ้นที่กลางใจหยุดใจนิ่ง ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เป็นดวงใสบริสุทธิ์ใสแจ่มทีเดียว แจ่มกระจ่างทีเดียวนะจ๊ะเกิดขึ้น นั่นคือดวงธรรมเบื้องต้น เป็นดวงธรรมเบื้องต้นที่เรียกว่า ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เป็นที่ใจหยุดเบื้องต้นเกิดขึ้นตรงนี้น่ะ เห็นชัดใส ใสเหมือนกระจกส่องเงาหน้า ใสเหมือนกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้วไม่มีขีดข่วนคล้ายขนแมวเลย ใสแจ่ม กระจ่างเกิดขึ้นในกลางนั้นน่ะ แล้วก็สว่าง 

 


                สว่างตั้งแต่เหมือนดวงดาวในอากาศ เหมือนพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ กระทั่งถึงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน หรือยิ่งไปกว่านั้นน่ะ เป็นความสว่างที่นำความสุขใจให้เกิดขึ้น นั่นล่ะคือต้นทางที่จะไปสู่อายตนนิพพาน ซึ่งท่านเรียกว่า ปฐมมรรค บังเกิดขึ้นในกลางนี้น่ะ เป็นควงสว่างทีเดียวพระโกณฑัญญะท่านก็เอาใจหยุดอย่างนี้เนี่ยะไปเรื่อย ๆ เลย พอหยุดไปดวงธรรมนั้นก็ขยายกว้างออกไปรอบตัว ขยายกว้างออกไปรอบตัวทุกทิศทุกทาง เหมือนท่านเป็นศูนย์กลางของดวงธรรมนั้นน่ะ ขยายกว้างออกไปแล้วก็มีดวงธรรมดวงใหม่ผุดเกิดขึ้นมาตามลำดับ ทีละดวง ๆ เรื่อยไปเลย ทีละดวงเรื่อยไปจนกระทั่งเข้าไปพบกายภายในซ้อน ๆ กันอยู่ พบกายมนุษย์ละเอียด พบกายทิพย์ พบกายรูปพรหม พบกายอรูปพรหม แล้วก็พบกายธรรม จนกระทั่งถึงกายธรรมพระโสดา สกิทาคา อนาคา อรหัตไปเรื่อยเลย 

 


                พระโกณฑัญญะท่านเข้าถึงกายธรรมพระโสดาบัน กายธรรมหน้าตัก ๕ วา สูง ๕ วา ใสบริสุทธิ์ ใสเกินใสทีเดียว ใส ใสมาก ๆ นั่นน่ะ ใสเกินใส เกตุดอกบัวตูม หน้าตัก ๕ วาน่ะ หน้าตัก ๕ วา เกตุดอกบัวตูม ใสบริสุทธิ์อยู่ในกลางนั้นน่ะ ตอนนั้นเนื้อตัวท่านหายไปหมด เพราะกายถอดออกเป็นชั้น ๆ น่ะ ถึงกายธรรมพระโสดา เป็นพระโสดาบันพระพุทธเจ้าท่านยืนยัน เพราะท่านสอนไปในกลางนั้น และก็มองตามไปด้วย มองไปในกลางนั้นท่านก็เห็น  พระโกณฑัญญะเข้าถึงกายธรรมพระโสดาบันหน้าตัก ๕ วาสูง ๕ วา ท่านถึงได้เปล่งอุทานว่า อัญญาโกณฑัญญะ พระโกณฑัญญะเห็นแล้วเห็นตามแล้วน่ะ เห็นได้แล้ว ถูกต้อง หน้าตัก ๕ วา สูง ๕ วาใสบริสุทธิ์อยู่ในกลางกาย นี่ท่านสอนอย่างนี้นะจ๊ะ แค่ทำใจให้หยุดให้นิ่ง หลวม ๆ อย่างสบาย ๆ ให้เฉย ๆ หยุดนิ่งเฉยอย่างสบาย ๆ ต่อเนื่องกันเรื่อยไปเลย 

 


                ทำอย่างเนี่ยะ แค่นี้น่ะเท่านั้นน่ะ แล้วเดี๋ยวก็จะเข้าถึงไปตามลำดับ ใจจะถูกกลั่นให้บริสุทธิ์ไปเรื่อย ๆ บริสุทธิ์ที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่งน่ะ กลั่นไป เข้าถึงดวงศีล ศีลก็กลั่นใจให้ไส เข้าถึงดวงสมาธิสมาธิก็กลั่นใจให้ใสเพิ่มขึ้นไปอีก เข้าถึงดวงปัญญา ดวงปัญญาก็กลั่นใจให้ใสเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ กลั่นใจจนกระทั่งเข้าถึงกายธรรม มีพระธรรมกายเป็นสรณะเข้าถึงที่พึ่งอันสูงสุด เป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง เป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง เราจะทราบว่าที่พึ่งไหนเป็นที่พึ่งแท้จริง ต้องพิสูจน์ ว่าที่พึ่งนั้นน่ะ มีอานุภาพมากแค่ไหน บริสุทธิ์มั้ย มีอานุภาพมั้ย ถ้าบริสุทธิ์มากๆ ใสมาก สว่างมาก มีอานุภาพมาก ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปนิพพานก็ได้ แล้วก็เห็นชัดใสแจ่ม นึกเมื่อไรก็เห็นเมื่อนั้นน่ะ เห็นอยู่ตลอดเวลา มีความทุกข์ก็พึ่งได้ ช่วยได้ เข้าถึงแล้วก็อบอุ่นใจ มีความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่นใจ นี่ถึงจะเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง ถ้าสิ่งอื่นที่ไม่มีลักษณะอย่างนี้ไม่ใช่ที่พึ่งที่แท้จริงจะเป็นต้นไม้ก็ดี เค้าโค่นมาแล้วตั้งเยอะแยะ ต้นไม้ใหญ่ ๆ น่ะ เป็นจอมปลวกเขาก็ทำลายมาซะตั้งเยอะ เป็นอารามเป็นภูเขา ก็ระเบิดมาหมดแล้ว ไม่ใช่ที่พึ่งที่ประเสริฐ เป็นเทวดา พรหม อรูปพรหม นั่นก็ยังตกอยู่ในไตรลักษณ์ ยังต้องเวียนว่ายตายเกิด ยังมีกิเลสอยู่ หมดกำลังบุญต้องมาเกิดอีก 

 


                ที่พึ่งต้องมีอานุภาพเข้าไปถึงแล้วมีความสุขมีความเบิกบานอย่างเดียว ทุกข์ไม่มีเลยน่ะ อยากได้อะไรก็ได้เสมอ ไปนรกก็ได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปนิพพานก็ได้ธรรมกายมีลักษณะอย่างนี้นะจ๊ะ พระธรรมกายที่อยู่ในตัวน่ะ มีลักษณะอย่างนี้ ไปนรกก็ได้ เข้ากายธรรมไปเลย ไปตรวจตราดูบรรพบุรุษของเรา ละโลกไปแล้วอยู่ในนั้นมีบ้างมั้ย ถ้ามีก็ช่วยได้ ไปสวรรค์ก็ได้ ไปดูชาวสวรรค์เขาอยู่กันอย่างไร บรรพบุรุษเราอยู่ที่นั่นมั้ย มีมั้ย มีก็เอาบุญไปให้ได้ ไปนิพพานก็ได้ ถอดกายไปเข้าเฝ้าพระธรรมกายของพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพาน จับมือถือแขน พูดคุยซักถามกันได้ นี่คือลักษณะที่พึ่งที่ระลึก ต้องเป็นอย่างนี้ พ้นจากไตรลักษณ์ พ้นจากไตรลักษณ์ พ้นจากความไม่เที่ยง พ้นจากความเป็นทุกข์ พ้นจากความไม่ใช่ตัวตน มีลักษณะคือเป็นนิจจัง เป็นสุขัง เป็นอัตตา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นอมตะที่เดียว มีสุขล้วน ๆ มีความเต็มเปี่ยม สุขเต็มเปี่ยมและเป็นตัวเป็นตนที่แท้จริงทีเดียวนี่ลักษณะที่พึ่ง 

 


                เข้าถึงแล้วอบอุ่นใจ ปลอดภัย ภัยอะไรก็ปลอดทั้งนั้นเลย ปลอดภัยเมื่อเข้าอยู่ในกลางกายธรรม ปลอดภัยหมด และเป็นที่พึ่งที่เข้าถึงได้ เพราะอยู่ในกลางกายของเรา เป็นที่พึ่งที่เข้าถึงได้ สัมผัสได้ แตกต่างจากที่พึ่งที่เขาสมมุติเอาน่ะ ว่าเป็นผู้วิเศษ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นผู้สร้างอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่เข้าถึงไม่ได้ แถมบางครั้งผู้สร้างนั้นยังมีอารมณ์ขุ่นมัว ทำอะไรไม่ถูกใจก็ขุ่นมัวโกรธอะไรอย่างงั้น สัมผัสก็ไม่ได้ เข้าถึงก็ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม ไม่ใช่ที่พึ่งอันประเสริฐ ที่พึ่งอันประเสริฐต้องเข้าถึงได้ สัมผัสได้ เห็นได้ ไปนรกได้ สวรรค์ก็ได้ ไปนิพพานได้ พ้นจากทุกข์ได้ ช่วยทุกอย่างแถมศึกษาวิชชาต่อได้อีก ศึกษาวิชาอะไรล่ะ วิชชา ๓ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ถ้าเข้าถึงแล้วที่พึ่งที่ระลึกชาติได้ แถมรู้เหตุรู้ผลของการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ครูบางท่านสอนว่า สัตว์นี่เอาไว้เป็นอาหาร 

 


                แต่ธรรมกายไปเห็นแล้วไม่ใช่นะ ไอ้นั่นมันตกอยู่ในอบายภูมิ ภูมิของสัตว์เดรัจฉาน แต่เดิมเป็นมนุษย์ทำบาปอกุศลเข้า ก็พลัดไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเข้า นี่ธรรมกายที่พึ่งนี้เห็นได้ตลอดหมด เห็นการเวียนว่ายตายเกิดเห็นภพทั้ง ๓ ว่าทำเหตุอย่างนี้ ผลจะเป็นอย่างไร ทำดีอย่างนี้ผลที่ได้จะดีอย่างไร ทำชั่วอย่างนี้ ผลที่ได้เป็นชั่วนะเป็นอย่างไร เห็นหมดแทงตลอดไปหมดเลย และที่พึ่งนี้ทำให้หลุดพ้นจากกิเลสจากอาสวะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง อะไรต่าง ๆ กิเลสที่บังคับเป็นชั้น ๆ น่ะ ที่ท่านเรียกว่าสังโยชน์ เป็นเครื่องผูกสัตว์โลกให้ติดอยู่ในภพมีลักษณะเป็นอย่างไรก็มองเห็นได้ตลอดหมด เห็นแล้วยังเก็บละลายหายสูญไปหมดเลย จนกระทั่งหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ นี่แหละคือที่พึ่งอันประเสริฐ ควรแก่การระลึกถึง  

 


                สรณะแปลว่าที่พึ่ง ที่ระลึก ควรแก่การระลึกถึง ควรแก่การคิดถึงน่ะ คิดถึง เช้า สาย บ่าย เย็น กลางคืนจะทำอะไรก็ควรแก่การคิดถึงเพราะคิดแล้วเป็นสุขใจ คิดถึงแล้วเป็นสุขใจ ยิ่งคิดแล้วยิ่งถึงด้วยแล้วยิ่งเป็นสุขใจใหญ่เลย นี่ลักษณะของที่พึ่งที่ระลึกเป็นอย่างนี้นะจ๊ะ อยู่ในตัวของพวกเราทั้งหลาย อยู่ในกลางกายฐานที่ ๗ ตรงนี้แหละ ถอดกายออกเป็นชั้น ๆ เข้าไป กายสุดท้ายนั่นแหละคือที่พึ่งอันเกษม เพราะฉะนั้นลูก ๆ ชายหญิงทุกคนต้องรู้จักที่พึ่งอันนี้เอาไว้นะจ๊ะ ถ้าหากว่าเราไม่รู้จักที่พึ่งว่าคืออะไรน่ะ อยู่ที่ตรงไหน จะเข้าถึงได้ด้วยวิธีการใด ถ้าไม่รู้จักอย่างนี้เดี๋ยวก็จะไปพึ่งสิ่งที่ไม่เป็นสาระ ไม่เป็นแก่นสารอะไร และก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย แถมเกิดโทษทำให้หลงหมกมุ่นมัวเมาอยู่อย่างนั้นอีกวันนี้เราได้รู้จักแล้วว่าที่พึ่งที่ระลึก ๓ อย่างนี้คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ หรือพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างรวมอยู่ในกลางกายของเราตรงฐานที่ ๗ ตรงนี้ เข้าถึงได้ด้วยวิธีการทำใจให้หยุด ให้นิ่งให้เฉย อย่างสบาย ๆ และต่อเนื่องทำอย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้น 

 


                นี่เป็นบุญของพวกเรานะที่ได้รู้จักอย่างนี้ เมื่อรู้จักอย่างนี้แล้วสิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ ทำให้ได้ ทำมันไปทุกวันเลยอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าจะพบที่พึ่งภายในของเราพรรษานี้หลวงพ่ออยากจะเชิญชวนลูก ๆ ทั้งหลาย ให้ตั้งใจแสวงหาที่พึ่งภายในกันอย่างนี้นะจ๊ะกันทุก ๆ คนพรรษาที่ผ่านมา เรายังทอดธุระยังดูเบายังประมาทในชีวิตอยู่ ปฏิบัติธรรมะยังไม่จริง ไม่จังกัน พรรษานี้ตั้งใจมั่นให้ดีนะจ๊ะ ลูก ๆ ชายหญิงที่รักทั้งหลาย ทั้งภายในและต่างประเทศ มาแสวงหาที่พึ่งภายในกันเถอะ ด้วยการปฏิบัติธรรม ทำใจให้หยุด ให้นิ่ง เฉย ๆ อย่างสบาย ๆ ต่อเนื่องกันไป อย่างนี้ทุกอิริยาบถ ทั้งนั่ง นอน ยืน เดิน ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างนี้ทุก ๆ วัน อย่าให้ภารกิจประจำวันเป็นข้ออ้างเป็นข้อแม้ และเงื่อนไขที่จะทำให้เราเกียจคร้าน หรือทอดธุระในการปฏิบัติธรรมนะจ๊ะ เริ่มจริงจังกันซะเถอะพรรษานี้ เพราะชีวิตที่อยู่ในโลกนี้น่ะมันประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้นเอง ประเดี๋ยวเดียวก็หมดเวลาแล้ว 

 


                ความตายไม่มีนิมิตหมาย เราจะตายวันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่ทราบ แต่ว่าเมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ วันนี้เราเป็นเจ้าของชีวิตที่แท้จริง พรุ่งนี้ยังไม่ใช่เพราะยังมาไม่ถึง ทำวันนี้ให้เกิดประโยชน์ด้วยการประพฤติธรรม ด้วยการทำใจให้หยุดให้นิ่งให้เฉย สบาย ๆ ที่กลางกายเนี่ยะ ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ควบคู่กับภารกิจประจำวันที่เราได้ทำอยู่เป็นนักศึกษา สิ่งที่ควรจะให้มีอยู่ในใจก็คือ เรื่องเรียนกับเรื่องการปฏิบัติธรรมฝึกใจอย่างนี้นะจ๊ะ ถ้าหากว่าเป็นแม่บ้านก็ดูแลบ้านให้ดี และก็ฝึกใจอย่างนี้ไปด้วย เป็นนักธุรกิจ เป็นพ่อค้าเป็นนักธุรกิจ รับราชการหรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ ทำในใจให้มีแต่งาน มีเรื่องบุญ เรื่องธรรมะ แล้วก็เอาใจหยุดนิ่งอยู่อย่างนี้ ถ้าทำได้อย่างนี้พรรษานี้จะเป็นของเรา เป็นพรรษาที่แตกต่างจากทุก ๆ พรรษามาทีเดียว จะเป็นพรรษาที่มีความหมายสำหรับชีวิตของเรานะจ๊ะ เพราะว่าใจเราตั้งมั่นที่จะให้เข้าถึงพระรัตนตรัยภายใน ความตั้งมั่นอย่างนี้ เป็นความตั้งมั่นที่ประเสริฐ เป็นความนึกคิดที่ประเสริฐที่สุด ถูกต้องร่องรอยของพระพุทธเจ้าทีเดียวนะจ๊ะ 

 


                เพราะฉะนั้นหลวงพ่อขอเชิญชวนนะเราก็ภาวนาสัมมาอะระหังไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ พร้อมกับเอาใจให้หยุดให้นิ่งเฉย ๆ อย่างสบาย ๆ ตรึกนึกถึงดวงใส เอาใจหยุดไปที่จุดกึ่งกลางของความใสบริสุทธิ์ แล้วภาวนาไปเรื่อย ๆ อย่างสบาย ๆ ใจนะจ๊ะ ภาวนาอย่างสบาย ๆ จะภาวนาแบบโมโห โทโส เคร่งเครียด บีบคั้นเอาจริงเอาจัง อย่างนั้นไม่เอานะจ๊ะผิดวิธี ภาวนาไปเรื่อย ๆ ลูก ๆ ที่มาเก่าแล้วอย่ารำคาญนะจ๊ะ เราต้องให้โอกาสสำหรับผู้ที่มาใหม่ ได้ทำความเข้าใจอย่างนี้ อย่านึกว่าทำไมหลวงพ่อถึงพูดซ้ำ ๆ เดิม ไม่เห็นมีอะไรใหม่ ตรงนี้สำคัญนะ อย่าดูเบานะจ๊ะ หยุดนิ่งนี่สำคัญเลย ที่ว่าสำคัญก็เพราะว่าตลอดเส้นทางตั้งแต่เบื้องต้น บัดนี้เป็นต้นไป เรื่อยไปเลยจนกระทั่งบรรลุมรรคผลนิพพานนะ ใช้วิธีการเดียวเท่านั้นนะ คือ การทำใจหยุดให้ใจนิ่งเฉยอย่างสบาย ๆ และต่อเนื่องอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ หยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น หยุดเป็นตัวสำเร็จหยุดเป็นตัวสำเร็จ นี่สำคัญนะจ๊ะนี่เป็นเทคนิคเลย เป็นวิธีการเลย แล้วลัดที่สุด ถ้าไม่ใช้วิธีการนี้ก็ไม่สำเร็จ

 


                หลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ท่านค้นพบขึ้นมาตรงกับคำสอนของพระบรมศาสดาทุกพระองค์ทีเดียวน่ะ หยุดเป็นตัวสำเร็จ เพราะฉะนั้นสิ่งที่แนะนี้น่ะแนะในสิ่งที่สำคัญ ไม่ได้พรรณนาโวหารเลย แนะวิธีการว่าทำอย่างไรเนี่ย ถึงจะเข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว ให้ทำอย่างนี้ แค่นี้เท่านั้น ทีนี้พอทำไปแล้วมันเป็นยังไง การเรียนรู้วิชชาธรรมกายวิชชา ๓ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นง่าย ใช้เรียนจากหยุดนิ่งอย่างเดียวเท่านั้น พอหยุดแล้วเนี่ยใจมันก็ดับ พอดับดวงธรรมก็เกิด เกิดเป็นดวงธรรม ถ้าไม่หยุดก็ไม่ดับ ถ้าไม่ดับก็ไม่เกิดเป็นดวงใส เพราะฉะนั้นหยุดอย่างเดียว ดังนั้นถ้อยคำนี้แม้จะซ้ำ ๆ ๆ ไม่มีอะไรใหม่ก็ตาม แต่เป็นถ้อยคำที่สำคัญเพราะว่าเป็นวิธีการปฏิบัติให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย วิธีเดียวอย่างนี้ แค่นี้ เท่านั้น หยุดเป็นตัวสำเร็จนะจ๊ะ หยุดเป็นตัวสำเร็จ ต้องจำไว้นะ

 


                ทีนี้พอหยุดไปแล้วก็เห็นธรรมไปต่าง ๆ เห็นไปเรื่อย จนกระทั่งเข้าถึงธรรมกาย พระพุทธเจ้าท่านเมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว ท่านรู้เพิ่มขึ้นไปอีกว่ากายมนุษย์ที่เห็นอยู่นี้นะประกอบไปด้วยขันธ์ ๕ ประกอบไปด้วยอายตนะต่าง ๆ มีอายตนะภายใน ๖ ภายนอก ๖ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ ปฏิจจสมุปบาท ลูก ๆ ที่มาใหม่อาจจะไม่ค่อยเข้าใจก็ช่างมัน ฟังผ่านหูไปก่อนนะจ๊ะ ท่านเห็นอย่างนี้แหละ เห็นขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ เห็นธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ เห็นได้ด้วยวิธีการทำใจหยุดอย่างนี้แหละ หยุดอย่างเดียวหยุดไปก็ดูไป หยุดไปพอดูไปเนี่ยะเห็นได้ด้วยธรรมจักขุ เป็นการเห็นที่แตกต่างจากการเห็นที่แล้ว ๆ มาท่านเรียกว่า วิปัสสนา คือการเห็นอย่างวิเศษ เห็นแจ้งทีเดียวเหมือนดึงของที่อยู่ที่มีคลากออกมาอยู่กลางแจ้ง เห็นชัด ด้วยวิธีการหยุดอย่างเดียวนะ ไม่ใช่พิจารณานะจ๊ะ ท่านไม่ได้พิจารณาอะไรเลย หยุดไปเพราะแต่เดิมท่านไม่รู้จักน่ะ ไม่รู้เลยว่ามีขันธ์ ๕ อยู่ในนี้ มีอายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจ ๔ อะไรต่าง ๆ เหล่านั้นนะ

 


                ปฏิจจสมุปบาทเห็นได้ด้วยวิธีการหยุด พอหยุดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกายแล้ว ธรรมกายก็เห็น เห็นอยู่ในกลาง เห็นได้รอบตัวทีเดียว อย่างนี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ อย่างนี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒ เห็นเป็นชั้น ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ เลย ไม่ได้พิจารณาอะไรเลย เห็นไป พอเห็นแจ้งก็รู้แจ้ง พอรู้เข้าจิตก็บริสุทธิ์ พอบริสุทธิ์ก็คลายจากความกำหนัด ก็หลุดพ้น หลุดพ้นจากสิ่งที่ครอบงำอยู่แล้วก็เห็นว่าหลุดพ้น เห็นชัดเจนเลย ว่ามันลดมันละ มันเลิก มันหลุด พ้นไปอย่างไรเห็นชัดเลย เห็นไปตามขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ได้พิจารณาอะไรเลยนี่วิชชาธรรมกายเขาเรียนกันอย่างนี้น่ะ หยุดอย่างเดียวเป็นตัวสำเร็จน่ะ เห็นไปเนี่ยะมองชัดเชียว ความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร ก็เห็นไปหมด ท่านก็หยุดไปเรื่อยๆ ใจก็มีพลัง มีพลังไปเรื่อย ๆ เลย กิเลสก็ค่อย ๆ ลดไป ละไป เลิกไป หลุดไป พ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษเลย วิชชาธรรมกายเค้าเรียนกันอย่างนี้นะจ๊ะ

 


                เพราะฉะนั้นสิ่งที่หลวงพ่อแนะนี่สำคัญนะ เกิดขึ้นจากการทำใจหยุดนิ่งอย่างเดียว อย่าดูเบา อย่าคิดว่าซ้ำๆ ซาก ๆ ไม่เห็นมีอะไรเลยทำตรงนี้ให้ได้เถอะ แล้วเดี๋ยวจะเข้าใจสิ่งที่หลวงพ่อได้แนะนำมาทั้งหมด เราก็เอาใจของเราหยุดนิ่งไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ อย่างเบาสบาย ๆ หยุดนิ่ง ๆ อย่างเบาสบาย ๆ ถ้าใครนึกอะไรยังไม่ออก ก็ให้ใจวางหยุดนิ่ง ๆ สบาย ๆ ก่อนนะจ๊ะ ใครที่สามารถนึกดวงใส ๆ ได้ก็ให้นึกถึงดวงใส ๆ ใครที่เข้าถึงดวงธรรมภายในใสแจ่มกระจ่างอยู่ในกลางกายฐานที่ ๗ ได้ ก็เอาใจหยุดไปที่ตรงนั้นนะ จุดกึ่งกลางของดวงธรรมใครเข้าถึงกายภายในตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม เข้าถึงได้ก็เอาใจหยุดไปที่กลางกายทั้งหลายดังกล่าวแล้วนะจ๊ะ หยุดนิ่งให้ใจใสบริสุทธิ์ทีเดียว ใครที่เข้าถึงกายธรรมเห็นองค์พระใสแจ่มกระจ่างอยู่ในกลางกายชัดเจนทีเดียว ก็เอาใจหยุดไปที่จุดกึ่งกลางฐานที่ ๗ ตรงนั้นน่ะ ของกายธรรมนั้นน่ะ แล้วก็เอาใจให้หยุดในหยุด หยุดในหยุด นิ่งในนิ่งให้ชัดใส กระจ่างทีเดียวอย่างสบาย ๆ ทำใจให้หลวม ๆ สบาย ๆ นะจ๊ะ 

 


                การที่เราได้มามีโอกาสรู้จักศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ รู้จักว่า สรณะที่พึ่งที่ระลึกนั้นคืออะไร อยู่ที่ตรงไหนรู้จักอย่างนี้ การเกิดมาในชาตินี้ถือว่าเป็นผู้ที่ได้สั่งสมบุญมามาก ไม่อย่างนั้น จะไม่มีโอกาสได้ยินได้ฟังอย่างนี้ ได้รู้จักอย่างนี้ ได้มาปฏิบัติธรรมจนกระทั่งเข้าถึงได้ นี่ต้องถือว่าเรามีบุญมามากพอทีเดียว บุญมากนี่ให้วัดเอาดูว่าใครจะได้รู้จัก ได้ยิน ได้ฟัง ได้ทำชีวิตให้เข้าไปสู่จุดที่สูงที่สุดได้ เพราะฉะนั้นลูก ๆ ทุกคนนี่มีบุญมากนะจ๊ะ ที่ได้รู้จักสิ่งเหล่านี้น่ะ สิ่งนี้น่ะ ที่เราได้รู้จักนี้น่ะ บังเกิดขึ้นเพราะว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านสละชีวิต ค้นคว้าวิชชาธรรมกายขึ้นมาได้ ถูกต้องร่องรอยของพระพุทธเจ้าทุกอย่างทีเดียว เมื่อท่านรู้แล้วเห็นแล้วยังไม่สงวนเอาไว้ส่วนตัว ท่านกลับมีความกรุณาต่อพวกเราทั้งหลายน่ะ เปิดเผยในสิ่งที่ท่านได้รู้ได้เห็นนั้น จนกระทั่งสืบทอดมาถึงพวกเรา ทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าขึ้น เราทำให้เราได้รู้จักว่าในกลางกายเรานั้นมีพระรัตนตรัย และพระรัตนตรัยนี้เป็นที่พึ่ง ที่ระลึกอันสูงสุดสิ่งอื่นจะเป็นที่ระลึกที่พึ่งยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วเป็นที่พึ่งที่ระลึกที่เข้าถึงได้ สัมผัสได้ แล้วท่านก็บอกสูตรสำเร็จด้วยวิธีการด้วย ไม่ปิดบังอำพรางเลย สอนว่าหยุดนิ่งเท่านั้นเป็นตัวสำเร็จ หยุดเป็นตัวสำเร็จทำหยุดนิ่งเฉย ๆ อย่างสบาย ๆ ให้ต่อเนื่องอย่างนี้ แค่นี้เท่านั้น นี่คือสิ่งที่ท่านเปิดเผยออกมา แต่ลูก ๆ หลายคนในทีนี้ก็มีประสบการณ์ภายในได้ดีแล้ว

 


                เพราะฉะนั้นพระคุณของท่านจึงมีมากมายมหาศาล เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนควรจะหาทางตอบแทนพระคุณของท่านให้ได้ วิธีการตอบแทนนั่นนะก็มีอยู่ ๒ วิธี คือหนึ่ง ปฏิบัติบูชา สอง อามิสบูชา ปฏิบัติบูชาก็คือปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านที่ท่านสอนให้หยุดให้นิ่ง ให้เฉย อยู่ภายในโดยไม่ทอดธุระจนกระทั่งเราเข้าถึงธรรมกายเป็นพยานในการตรัสรู้ธรรมของท่านได้ นี่คือสิ่งที่จะนำมาซึ่งความปีติยินดีแก่ท่านเป็นอย่างยิ่ง อันทีสองก็คืออามิสบูชา ในขณะนี้หลวงพ่อกำลังมีดำริที่จะสร้างรูปหล่อของท่านขึ้นมาเป็นทองคำ ซึ่งยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนอย่างนี้ เนื่องจากท่านมีพระคุณมหาศาล สิ่งที่เราจะทำให้บังเกิดขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์และเทวดาได้กราบไหว้ ได้รู้จักว่าบุคคลผู้นี้มีลักษณะอย่างนี้ ได้ค้นพบสิ่งที่มีคุณค่ายิ่งใหญ่กว่าการค้นพบใด ๆ ทั้งสิ้นที่มีมาในโลกและก็ถูกต้องร่องรอยของคำสอนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ทีเดียว จึงคิดที่จะหล่อด้วยโลหะเป็นทองคำ ให้มนุษย์ได้รู้จักอย่างนี้ มนุษย์เห็นแล้วจะได้มีกำลังใจ มีแรงบันดาลใจอยากจะปฏิบัติธรรมตามบ้าง 

 


                เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเชิญชวนลูก ๆ ชายหญิงทุกคน ได้เชิญชวนมาทุกเดือน แต่เดือนนี้จะเชิญชวนเป็นพิเศษ ว่ามันเป็นหน้าที่ของพวกเรานะจ๊ะที่จะต้องทำสิ่งนี้ให้บังเกิดขึ้น คือหล่อรูปท่านขึ้นมา และก็สร้างที่ประดิษฐานของท่านขึ้นมา การทำอย่างนี้จะมีอานิสงส์ให้เราเป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์ทุกอย่าง ไปทุกภพทุกชาติกระทั่งเข้าสู่พระนิพพานนะเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ และก็แทงตลอดในวิชชาธรรมกายด้วย มันเป็นหน้าที่ของพวกเราทุก ๆ คนนะจ๊ะ ที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น ดังนั้นใครก็ตามที่ยังไม่ได้ตั้งใจเป็นประธานอันใดอันหนึ่งก็ให้รีบเป็นซะ คือหนึ่งเป็นประธานรอง เพื่อที่จะได้สร้างที่ประดิษฐานท่านขึ้นมา และสองเป็นประธานทอง ๑ กิโลเนี่ยะ หล่อรูปท่านขึ้นมาให้ได้หลวงพ่ออยากจะให้ทุกคนเป็นให้ได้น่ะเป็นอันใดอันหนึ่ง หรือทั้ง ๒ อย่างเลยก็ได้ 

 


                ถ้าหากลูก ๆ ทุกคนเชื่อมั่นในบารมีของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญว่าท่านมีบารมีมาก ไม่งั้นท่านค้นพบวิชชาธรรมกายขึ้นมาให้เป็นที่พึ่งแก่สัตว์โลกไม่ได้ แล้วท่านยังเลี้ยงพระในระหว่างที่ท่านมีชีวิตอยู่ เลี้ยงพระได้จำนวนตั้งหลายร้อยองค์ตลอดชาติของท่านทีเดียว แล้วยังมีบารมีเผื่อแผ่มาถึงศิษยานุศิษย์ของท่านจนกระทั่งบัดนี้นะ ถ้าเราเชื่อมั่นน่ะว่าท่านมีบารมีมากให้ทําไปเถอะนะจ๊ะ ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้น วิธีการทำก็คือหนึ่ง ลูก ๆ ทุกคนตั้งใจเลยว่าเราจะเป็นประธานอันใดอันหนึ่ง ตั้งใจมั่นสอง นำรูปของท่านนะของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ มาตั้งเอาไว้ที่โต๊ะหมู่บูชา ที่บ้านหรือที่ทำงานหรือที่ไหนก็ได้สาม ปฏิบัติบูชาแล้วก็นึกถึงภาพท่านให้ติดเป็นอุคหนิมิตเลย ติดตาติดใจอยู่ในกลางกายสี่ อธิษฐานจิตพูดกับท่านในใจน่ะเบา ๆ กราบเรียนท่านเลย กราบนมัสการท่านเพราะลูกอยากจะได้บุญนี้ติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติกระทั่งเข้าสู่พระนิพพาน  

 


                ขอหลวงพ่อดลบันดาลให้ความปรารถนาของลูกนี้สำเร็จเป็นอัศจรรย์ สมบัติมีที่ไหนให้หลวงพ่อดลบันดาลมาเลยลูกจะเอากายหยาบเนี่ยะ กายเนื้อนี้น่ะทำหน้าที่ไปตามสมบัติหยาบ มาหล่อรูปหลวงพ่อให้เกิดขึ้นให้ได้มาสร้างที่ประดิษฐานนี้ให้สำเร็จให้ได้เป็นอัศจรรย์ทีเดียวนึกอธิษฐานอย่างนี้นะจ๊ะ ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้น เพราะหลวงพ่อวัดปากน้ำตอนนี้ท่านมีกายที่ละเอียดไม่มีกายเป็นมนุษย์ ดังนั้นท่านจะไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่ไข้ ไม่ปวด ไม่เมื่อย ไม่ต้องพักผ่อนนอนหลับ ท่านมีตาทิพย์มีหูทิพย์ มีรู้ มีญาณน่ะ มีพลังบุญพลังบารมีทุกอย่างจะช่วยเหลือพวกเราได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าเราจะมีกี่ร้อยหรือล้านคนก็ตาม ท่านจะเอาทุกคนไว้ที่กลางดวงบุญของท่านในกลางกายฐานที่ ๗ แล้วก็ทำวิชชาธรรมกาย ส่งผังสำเร็จมาให้เกิดขึ้น และความสำเร็จนี้ก็จะบังเกิดขึ้นเพราะฉะนั้นลูก ๆ ชายหญิงทุก ๆ คนนะจ๊ะ เต็มใจทำซะเถอะสมัครใจเป็นประธานทอง หรือประธานรองซะเถอะนะจ๊ะ อยากให้เป็นทุกคน แล้วทำอย่างที่หลวงพ่อแนะนำนี้ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้นเป็นอัศจรรย์ จะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความปิติยินดี แก่ลูก ๆ ทุกคนเมื่อระลึกนึกถึงในภายหลังว่าคนอย่างเราอย่างนี้เนี่ยะ ทำได้ขนาดนี้เชียวหรือ

 


                เพราะฉะนั้นทำกันเถอะนะจ๊ะทุก ๆ คนนะ ทอง ๑ กิโลเนี่ยมันไม่มากอะไรหรอก มันนิดเดียวเท่านั้น คิดเป็นจํานวนมากก็ ๖๖ บาทเศษ จ๋าง่าย ๆ คือ ๖๗ บาททองน่ะ คิดเป็นเงินก็แค่ ๓ แสน ประธานรองก็เช่นเดียวกันเราก็เป็นกันมาอยู่แล้วน่ะ เห็นคนอื่นเค้าเป็นก็ต้องเป็นมั่ง ต้องตั้งใจมั่นอย่างนี้ เป็นกันทุกคนเถอะนะจ๊ะ เป็นคนเดียวไม่พอ ไปชวนคนอื่นมาเป็นให้ด้วย ให้วันมาฆบูชาปี ๒๕๓๗ นี้เป็นวันบุญใหญ่ ซึ่งเมื่อลูก ๆ ทุกคนนึกถึงแล้วเนี่ยะเกิดปิติเป็นมหาปีติ มีความเบิกบานว่าเราเป็นคนหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งทีเดียวที่ทำความสำเร็จนี้ให้บังเกิดขึ้นได้ อย่างที่เรานึกไม่ถึงทีเดียว เพราะฉะนั้นหลวงพ่อขอเชิญชวนนะจ๊ะ ลูก ๆ ชายหญิงทุกคน ทั้งภายในและต่างประเทศ 

 

 

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0020593166351318 Mins