
แม้อาจารย์จะเกิดในครอบครัวที่ปลูกฝังเรื่องพระพุทธศาสนามาเป็นอย่างดี แต่ในชีวิตของอาจารย์ก็มีเรื่องที่ทำให้ครัทธาตกไปอยู่เหมือนกัน ในชีวิตเคยเจออยู่ ๒ อิ้ง อาจารย์ต้องใส่บาตรทุกวัน ต้องทำบุญทุกวัน อาจารย์ก็มีความคิดว่า ต่อไปเราทำปิ่นโตมาวางไว้ที่หน้าบ้านเราทุกวันดีกว่า แล้วก็ไป นิมนต์พระที่ท่านอยู่วัดใกล้ ๆ บ้าน แต่ข้ามถนนเดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงวัดแล้ว น่าจะทำให้เราได้ใส่บาตรทุกวันแต่พออาจารย์ไปนิมนต์พระที่วัด กลับได้คำตอบว่า
"ไม่ได้หรอกคุณโยม มันผิดเขต เขาแบ่งกันเป็นสายเอาไว้แล้ว ถ้าไปรับจากบ้านคุณโยมเดี๋ยวมี
ปัญหา" อาจารย์ฟังแล้วได้มาอึ้งแรก ฟังแล้วไม่เข้าใจ พระบิณฑบาดมีเขตด้วยเหรอ
อีกอิ้งหนึ่งได้ตอนไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่งแล้วเห็นอาหารเหลือ เขารวมใส่ในปี๊บน้ำมันพืชที่เป็นถัง
ขยะวางไว้ที่บันไดทางขึ้น อาจารย์ไปกราบพระทำบุญแล้วก็ถามหลวงพ่อท่านว่า
"ท่านคะ อาหารที่อยู่ในปี๊ปข้างบันไดนั้น ทำไมท่านไม่แจกให้เด็กสลัมหลังวัดล่ะคะ เขาน่าจะ
ยากจนและไม่มีอาหารกินนะท่าน" คำตอบที่อาจารย์ได้รับ คือ
"ให้มันกินทำไมล่ะคุณโยม เด็กไม่ดี เด็กอันธพาล ให้ไปก็เปลืองข้าวสุก"
เป็น ๒ อิ้งที่ทำให้ศรัทธาในพระภิกษุของอาจารย์ตกลงไป เพราะฉะนั้นเวลาอาจารย์เห็นพระภิกษุรูปไหนก็จะเฉย ๆ ไม่ถึงกับศรัทธามากในตอนนั้น จริง ๆ พออาจารย์มาคิดดูทีหลังก็เข้าใจเรื่องที่วัดไม่ให้ข้าวเด็กในสลัมบ้างเหมือนกัน ก็เด็กแสบๆ วัดก็ไม่น่าเลี้ยงจริงๆ บางวัดก็ดันโดนเด็กพวกนี้ขโมยทรัพย์สินอีกต่างหาก
ในช่วงนั้นหลวงพ่อทัตตะท่านไปอบรมครู ท่านไปที่ศึกษานิเทศก์ ซึ่งอาจารย์คุ้นเคยกับคนที่นั่นไปเจอกันวันนั้นพอดีหลวงพ่อทัตตะก็ชวนไปเยี่ยมชมวัด วันนั้นอาจารย์ก็ไม่ได้รับคำอะไร พิณทิพย์เป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อท่าน พอรู้ว่าหลวงพ่อท่านชวนอาจารย์ก็มาอ้อนวอน
"แหม... ไปเที่ยววัดพระธรรมกายสักวันไม่ได้เหรอ"
ก็ฉันจะเปิดร้านขายดอกไม้ ไม่ได้จะไปวัดพระธรรมกาย วันนั้นเปิดร้านขายดอกไม้วันเดียวขายได้ ๕,๐๐๐ บาท ที่ขายได้ขนาดนั้นเพราะลูกศิษย์ลูกหามาช่วยกันซื้อ ตะกร้าละ๑๐๐ บ้าง ๕๐๐ บ้างใหญ่หน่อยเป็นพันก็มี อาจารย์ก็มั่นใจเราเป็นแม่ค้าขายดอกไม้ได้แน่นอน พิณทิพย์ก็มาตื้ออีก
"ไปเที่ยววัดพระธรรมกายกัน มีค่าตั๋วเรือบินแล้ว เดี๋ยวถ้าเรากลับมาก็มาตั้งต้นขายกันใหม่ก็แล้วกัน"
อาจารย์ทนตื้อไม่ไหว พิณทิพย์ก็ดีใจรีบกราบเรียนหลวงพ่อธัมมชโยว่า อาจารย์จะไปวัดแล้วอาจารย์มาถึงวัดพระธรรมกายประมาณ ๖ โมงเย็น ก็เดินเข้าวัดมาเจอแม่ชีท่านหนึ่งเดินมาไกล ๆ ลูกศิษย์
ที่มากับอาจารย์ก็บอกให้อาจารย์นั่งลง อาจารย์ไม่เข้าใจนั่งลงทำไมแค่แม่ชีเดินสวนกัน ลูกศิษย์ก็บอกอีก ไหว้สิอาจารย์ไหว้เร็ว เพราะแม่ชีท่านนั้นคือ คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
วันนั้นคุณยายอาจารย์หันมาคุยด้วย ๑ ประโยค คือ
“คุณ ๆ ยายตามคุณมา ๓ ปี”
ตอนนั้นไม่เข้าใจ ว่าตามอะไร ๓ ปี ไม่เข้าใจว่าตามยังไง ๓ ปี ก็ฉันเพิ่งเจอท่านเดี๋ยวนี้ ท่านตามยัง ไงที่ว่า ๓ ปี อยู่ไปนานเข้า ได้ปฏิบัติธรรมมากขึ้น จึงเข้าใจว่าอะไรคือ “ยายตามคุณมา ๓ ปี” ต้องใช้บุญ ของคุณยายมากมายกว่าจะกลับมาอยู่กับหมู่คณะ เพราะตอนนั้นอาจารย์หลงทาง เป็นคนหลงทางที่ ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองหลงทาง
หลังจากนั้นมากราบหลวงพ่อทัตตะที่ห้องสมุด พอท่านคุยกับอาจารย์แล้ว คืนนั้นอาจารย์ก็พักที่ วัด ในห้องสมุดนั่นแหละ เช้าขึ้นก็เดินทางกลับ กลับไปเชียงใหม่แล้วไปบ้านคุณอัญชลี ซึ่งเป็นเพื่อนกับ หลวงพ่อทั้ง ๒ รูป เสียงโทรศัพท์บ้านคุณอัญชลีดังขึ้น
“อัญ อาจารย์เสาวลพอยู่ที่นั่นใช่มั้ย ขอหลวงพ่อคุยด้วยหน่อย”
ในสายเป็นเสียงหลวงพ่อธัมมชโย คำาถามแรกที่เกิดขึ้นในหัว คือ ท่านรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์อยู่ที่นี่ คุณอัญชลีตอบมาสั้นๆ ว่า
“บอกแล้วว่าท่านรู้”
ถามลูกศิษย์ที่ไปวัดมาด้วยกันว่าได้โทรไปบอกท่านหรือเปล่าว่าอาจารย์อยู่ที่นี่ ก็ทุกคนมาพร้อม อาจารย์หมดจะไปโทรบอกท่านตอนไหน พออาจารย์รับสายโทรศัพท์หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็ว่า
“โยมอาจารย์ หลวงพ่อยังไม่ได้พบอาจารย์เลย ยังไม่ได้คุยเลย กลับมาหาหลวงพ่อได้มั้ย” ตอนนั้น ด้วยอะไรก็ไม่รู้ ดันตอบไปว่า
“ค่ะ” รับปากไปได้ยังไง เพิ่งกลับมาจากวัดถึงเชียงใหม่เมื่อกี้นี้เอง ก็ไม่ได้เก็บเสื้อผ้าอะไรมีเสื้ออยู่ ตัวสองตัวบินกลับมาคืนนั้น หลวงพ่อทัตตะให้คุณเสน่ห์ไปรับ ตอนนั้นอาศรมบัณฑิตยังเป็นหลังเก่า พอ อาจารย์ถึงประตูท่านออกมาหน้าอาศรมบัณฑิตพอดี ท่านหัวเราะดัง
“ขุนพลมาแล้ว กลับบ้านแล้ว”
อาจารย์ก็ไม่เข้าใจ ที่หลวงพ่อท่านพูดคืออะไร ขุนพลอะไร กลับบ้านไหนที่นี่วัด กว่าจะเข้าใจต้อง อยู่วัดไปนานเลย
เช้าวันรุ่งขึ้นหลวงพ่อธัมมชโยมาที่อาศรมบัณฑิต ตอนที่หลวงพ่อมาอาจารย์ก็ไม่เข้าใจอีก ทำไม ทุกคนดูตื่นเต้นวุ่นวายไปหมดเลย คนโน้นก็วิ่ง คนนี้ก็วิ่ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อยู่วัดไปนาน ๆ ถึงเข้าใจว่า เขาตื่นเต้นว่าหลวงพ่อมา แต่คนใกล้หลวงพ่อจริง ๆ ไม่มีใครเป็นแบบนั้นนะ ไม่ต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น หลวงพ่อธัมมชโยท่านชวนให้อยู่วัด อาจารย์ก็ไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ยังไปถามหลวงพ่อทัตตะชีโวอีกว่า
“ถ้าท่านเป็นดิฉันจะทำยังไง”
หลวงพ่อทัตตะท่านตอบว่า
“เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ได้เชิญใครอยู่วัดได้ง่าย ๆ ท่านออกปากขนาดนี้ ถ้าเป็นหลวงพ่อก็ อยู่วัดเลยสิ” อาจารย์เลยอยู่วัดจากวันนั้นจนถึงทุกวัน