ศิษย์ที่ดีเป็นอย่างไร?

วันที่ 11 พย. พ.ศ.2568

ศิษย์ที่ดีเป็นอย่างไร?

 

11-11-68_b23%281%29.jpg

 

             เวลาเรียนรู้กับครูต้องกราบครูก่อน ต้องอ่อนน้อมใจถึงจะยอมรับคุณธรรมจากครู ศิษย์ต้อง ทำตัวให้ต่ำกว่าครู เพื่อจะให้ครูถ่ายทอดความรู ้และคุณธรรมให้แก่ศิษย์ได้ เปรียบคุณธรรมเหมือนน้ำ ครูเหมือนแก้วที่มีน้ำเต็ม ศิษย์เหมือนแก้วที่ไม่มีน้ำ ครูพร้อมจะเติมคุณธรรมให้ศิษย์ แต่ถ้าศิษย์ไม่ยอมก็ เหมือนแก้วน้ำเปล่าที่อยู่สูงกว่าแก้วน้ำเต็ม ก็เติมให้กันไม่ได้

 

                      ศิษย์บางคนทำตัวอยู่บนหัวครู                   เหมือนแก้วน้ำเปล่าที่ซ้อนอยู่บนแก้วน้ำเต็ม ปิดกันสนิทไม่มีน้ำลงมาได้                                                                                        แม้แต่หยดเดียว

 

                      ศิษย์บางคนทำตัวเสมอกับครู                    เหมือนแก้วน้ำเปล่าที่อยู่ข้างแก้วน้ำเต็ม น้ำก็เติมให้กันไม่ได้

 

                      ศิษย์ที่อ่อนน้อม                                         จะเหมือนแก้วน้ำเปล่าที่อยู่ต่ำกว่าแก้วน้ำเต็ม คุณธรรมก็ไหลจากครูสู่ศิษย์ได้

 

                      ศิษย์ที่อ่อนน้อมยอมตามครูทุกอย่าง            เหมือนแก้วน้ำเปล่าที่อยู่ล่างแก้วน้ำเต็ม พอครูจะถ่ายทอดคุณธรรมให้ ก็ได้                                                                                   รับเต็ม ๆ ไปทันที จะได้ความรู้ ได้คุณธรรม เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าได้

 

                    เรื่องแก้วน้ำกับน้ำ อาจารย์ดูจากอาจารย์ญี่ปุ่น ๑๐ รอบ เหลือเชื่อว่า ๑๐ ครั้ง ได้ความรู้สึกได้แง่คิด ต่างกัน เพราะจิตที่เราฟังเปิดรับไม่เท่ากัน อยากจะเจริญต่อไปภายภาคหน้าต้องลดตัวให้ต่ำ ทำครูให้สูง ยอมฟังครู ยอมตามครู จึงจะได้วิชา หากอยากที่จะเป็นใหญ่ในอนาคตก็ต้องยอม ยอมถึงจะโต การยอมไม่ใช่การยอมแพ้ การยอมเป็นหนทางของผู้ยิ่งใหญ่ ดังคำสอนที่แต่งเป็นกลอนว่า

 

ยอมไม่ได้เป็นใหญ่ยากฝากให้คิด                      ผู้พิชิตโลกนี้และโลกหน้า

 

ต่างยอมแล้วยอมเล่าเคล้าน้ำตา                                 ยอมจนกว่าเขาจะยอมยอมให้เรา

 

                   การยอมเป็นศิลปะอันล้ำลึกในการชนะใจ ไม่เฉพาะครู แม้กับคนรอบข้างเรา บางครั้งเราถูก แต่ไม่ ได้อยู่ในเวลาที่เหมาะสมเราอาจจะต้องยอม แต่เชื่อเถอะว่านั่นเป็นการยอมเรื่องเล็กให้ได้เรื่องใหญ่ แล้ว เราจะรู้ว่ามันดีกว่าสู้เรื่องเล็กแต่ไปเสียเรื่องใหญ่

 

                   ศิษย์ที่ดีต้องคอยปรนนิบัติ รับใช้ และถ้าเป็นยอดศิษย์ต้องอ่านใจครูออก ครูมานั่งแล้วตาหยี ๆ แสดงว่าแสงส่องเข้าตาท่านหรือเปล่า ครูมานั่งแล้วเหงื่อไหลก็หาผ้าเช็ดหน้าถ้าไม่มีก็หาทิชชู่ ถ้าห้องแอร์ก็เร่งแอร์หรือหาพัดลมมาเปิดให้ท่าน หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ขณะที่ท่านสอนอย่าให้ท่านต้องเอ่ยปากไมค์หอน น้ำดื่มหมด หรือในห้อง มีเสียงรบกวน ถ้าให้ท่านเอ่ยปากบอกแปลว่า เรายังไม่รู้ใจครู ยังต้องฝึกอีก ครูสมัยก่อนท่านจะฝึกลูกศิษย์ให้สังเกตฝึกให้รู้ใจครูโดยที่ครูไม่ต้องเอ่ยปาก เช่น อยากให้เปิดไฟ ก็มองลูกศิษย์ แล้วก็มองไฟ แบบนี้ลูกศิษย์ต้องรู้แล้วว่าจะ ให้เปิดไฟ 

 

                    พระมหาสุทธิชัย สุทฺธิชโย หรือที่เรารู้จักกันในนามหลวงพี่สุง สมัยท่านยังไม่บวชท่านรับบุญเป็นอุบาสก อุปัฏฐากหลวงพ่อธัมมชโย แค่จัดภัตตาหารถวายท่านยังต้องรู้ใจ เช่น อันไหนท่านฉันบ่อยต้องวางไว้ใกล้ ๆ และต้อง วางข้างขวา เพราะท่านถนัดขวาท่านจะได้หยิบง่ายจับได้ถนัด ภัตตาหารประเภทไหนที่ท่านไม่ค่อยฉันไว้ด้านซ้าย หรือวางไว้ไกลหน่อย เวลาจะไปเก็บสำหรับภัตตาหารต้องดู จะเห็นช่วงที่ท่านอิ่มแล้ว เวลาท่านอิ่มแล้วท่านมักจะทำ อะไรบ้าง พออิ่มแล้วเหมือนจะเงยหน้ามองหาก็เข้าไปเลย

 

                      นี่เป็นหนึ่งในตัวอย่างในการฝึกตัวเราเองเพื่อปรนนิบัติดูแลครูบาอาจารย์ของเรา

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00061733325322469 Mins