
สมัยก่อนคนมาวัดยังไม่เยอะเท่านี้ หลวงพ่อธัมมชโยท่านจะมาที่อาศรมบัณฑิตเดิม ปัจจุบัน กลายเป็นอาคาร ๑๐๐ ปี คุณยายฯ ไปแล้ว ท่านจะมาประมาณ ๒-๓ ทุ่ม ท่านมาสอนสมาธิ ทุกคนจะ ตั้งใจมาก ส่วนอาจารย์เคยฝึกสมาธินอกตัวมาก่อน พอมานั่งสมาธิวิชชาธรรมกายฝึกตอนแรกนั่งยังไงก็ ฟุ้งซ่าน แต่อยู่ไปนานวันเข้าค่อย ๆ ได้เรียนรู้ ค่อย ๆ ได้เข้าใจ
ถ้าเราอยากเข้าถึงวิชชาธรรมกายต้องมีความอดทนอดกลั้น นั่งไปนาน ๆ เมื่อยเหมือนกันทุกคน ถ้ารักจะเข้าถึงธรรมจริงต้องรู้จักสังเกตตัวเอง ช่วงที่นั่งสมาธิเราก็นั่งไม่ต้องลุกขึ้นไปดื่มน้ำบ่อย ๆ หรือ พยายามหาเหตุออกไปทำอย่างอื่น ถ้าทำอย่างนั้นแปลว่า เรารักธรรมไม่จริง ต้องเตรียมตัวให้ดีก่อน นั่งสมาธิ เช่น เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย นอกจากเกิดเหตุการณ์จำเป็นจริง ๆ อย่างเช่น ท้องเสีย แบบนี้ก็จะ ยกเว้นให้ได้
เวลานั่งที่ไหนก็ตาม ถ้าจำเป็นต้องลุกต้องมีวิธีลุกต้องลุกให้เบาที่สุดจนกระทั่งไม่รู้ว่ามีใครลุกขึ้น แล้วก็ค่อยๆ หายไป ไม่ใช่สะกิดกันทีละคนๆ แล้วหายไปพร้อมกัน นั่นไม่ใช่ลูกศิษย์หลวงพ่อธัมมชโย
ลูกศิษย์ของหลวงพ่อต้องเรียบร้อย มีวินัย และเคารพสถานที่ปฏิบัติธรรม หลวงพ่อทัตตชีโวเล่า ให้ฟังว่าตอนที่ท่านฝึกนั่งสมาธิครั้งแรกหลวงพ่อก็ง่วงมาก เขาก็ทำสะพานยาวๆ ให้หลวงพ่อนั่งกลางคูน้ำ พอหลวงพ่อหลับหลวงพ่อก็ตกน้ำไป เป็นแบบนี้อยู่หลายรอบ ครูบาอาจารย์เราท่านฝึกตัวเองขนาดนี้ ไม่อ่อนข้อย่อหย่อนให้กับตัวเองเลย ท่านจึงเป็นท่านในปัจจุบันนี้
เมื่อนั่งสมาธิกับหลวงพ่อ อาจารย์จะดูว่าผ้าทุกชิ้นนั้นมีเสียงดังรึเปล่า และจะไม่เอาขนม ของกิน อะไรเข้าไปเด็ดขาด วิชชาธรรมกายเป็นวิชชาที่น่าเรียนน่าศึกษา คนที่เข้าถึงธรรมกายได้จะต้องรักการ ปฏิบัติธรรม เมื่อปฏิบัติธรรมมากก็จะมีความใสสว่างและจิตใจจะงดงามไปตามลำดับ
ในการนั่งสมาธิแต่ละครั้งให้คุยให้น้อยๆ อย่าคุยออกนอกเรื่อง จะทำให้ใจของเราไม่เป็นกลาง และจะไม่ดิ่งลง ต้องทำใจสบายๆ ตรึกระลึกถึงบุญที่เราสร้างมา เอาใจแตะที่ศูนย์กลางกายเบาๆ หายใจ ลึกๆ เบาๆ ด้วยจังหวะธรรมชาติ ค่อยๆ ภาวนาด้วยใจเย็น ๆ “สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อยๆ พยายาม รวมใจให้เป็นหนึ่งตลอดเวลา
เมื่อจิตรวมตัวหยุดนิ่ง ใจก็จะรวมตัวอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ทำให้ปัญญาเกิดขึ้น มีความคิดที่ดีเกิดขึ้น ตัดสินใจถูกต้อง ออกแบบชีวิตถูกต้อง อะไรที่เป็นอุปสรรคของการนั่งสมาธิก็อย่าได้ทำ
จะนั่งสมาธิให้ได้ดี เรื่องของศีลต้องให้บริสุทธิ์ อย่าพูดจาหยอกล้อกันโดยไม่จำเป็น เรามา ปฏิบัติธรรม ไม่ได้มาทำอย่างอื่น ถ้าทำแบบนี้ก็จะได้ธรรม แต่ถ้าทำอย่างอื่นก็ได้อย่างอื่น
เราควรฝึกให้เป็นต้นบุญต้นแบบของชาวโลกในทุกๆ เรื่องด้วยวิธีการง่ายๆ คือ ขณะที่เรานั่งสมาธิ พยายามดึงใจเข้าสู่ศูนย์กลางกายบ่อยๆ ถ้าเราหงุดหงิดก็ให้ลืมตาดูภาพข้างหน้าเรา ดูพระอาจารย์ ดูรูป หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย แล้วก็นึกถึงเป้าหมายชีวิตที่ได้วางไว้ให้ตัวเอง ทำอย่างนี้เสมอๆ ใจเราก็จะ ค่อยๆ รวม การนั่งสมาธิต้องใช้เวลาเหมือนกับการขี่จักรยาน
วันแรกที่เราขี่จักรยานเราก็จะล้ม “ล้มแผละ ล้มแผละ” ขี่ไปหน่อยเดียวก็ล้ม แต่เมื่อเราได้จังหวะ ของจักรยานก็สามารถประคองตัวเราเองได้และขี่ไปได้ทั่ว เช่นเดียวกับใจที่ถูกฝึกฝนทุกวัน ๆ และมีสติ อยู่กับตัวเองไม่คิดฟุ้งซ่าน ไม่นินทาใคร ไม่ว่าร้ายใคร ไม่ทำผิดศีล จิตก็จะสะอาดบริสุทธิ์ขึ้น เมื่อเรา ทำไปเรื่อย ๆ ใจของเราก็จะใสสว่างขึ้น ถึงวันหนึ่งใจของเราก็จะเข้าสู่ศูนย์กลางกายได้โดยอิสระ ไม่ต้อง หวังอะไรมาก ไม่ต้องอยากเห็น ไม่ต้องอยากเป็น จะเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ฉันได้นั่ง สติจะกลับมา ไม่คิดอะไร เลย ทำใจว่างๆ สบายๆ