มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์

วันที่ 07 พค. พ.ศ.2565

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๔ ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์

มุสาวาทวรรค สิกขาบทที่ ๔

คำแปลพระบาลีที่เป็นพุทธบัญญัติ
        “อนึ่ง ภิกษุใดสอนธรรมแก่อนุปสัมบันโดยว่าพร้อมกันทุกบท เป็นปาจิตตีย์”

เนื้อความย่อในหนังสือนวโกวาท
        “ภิกษุสอนธรรมแก่อนุปสัมบัน ถ้าว่าพร้อมกัน ต้องปาจิตตีย์”

อธิบายความโดยย่อ
        คำว่า ธรรม ได้แก่ บาลีที่เป็นพุทธภาษิตสาวกภาษิตอิสิภาษิตเทวตาภาษิต ซึ่งประกอบด้วยอรรถ ประกอบด้วยธรรม
        คำว่า อนุปสัมบัน คือ ผู้ที่ยังมิได้อุปสมบทเป็นภิกษุหรือเป็นภิกษุณี ได้แก่ สามเณร สามเณรีนางสิกขมานา นักบวชลัทธิอื่น และคฤหัสถ์ทุกคนทั้งชายและหญิง
        คำว่า พร้อมกัน คือ สอนให้ว่าพร้อมกันตั้งแต่ขึ้นต้นบทและจบลงพร้อมกัน
        การสอนธรรมโดยว่าพร้อมกันทุกบทนี้เป็นเหตุให้ผู้ที่เรียนและผู้ว่าพร้อมกันมีจิตใจเป็นกันเองกับผู้สอน ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงไม่ประพฤติให้เหมาะสมที่ควรประพฤติต่อผู้สอน แม้มูลเหตุของสิกขาบทนี้ก็เพราะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
        สิกขาบทนี้มุ่งไปที่การสอน มิได้มุ่งไปที่การสวด การสาธยายมนต์ต่างๆ ซึ่งปกติต้องว่าพร้อมกันอยู่แล้ว

เจตนารมณ์ของสิกขาบทนี้
        สิกขาบทนี้ทรงบัญญัติไว้เพื่อรักษาสถานะความเป็นครูเป็นผู้สอนที่น่าเคารพยำเกรง และเพื่อมิให้ศิษย์ดูหมิ่นครูไม่ตีตนเสมอแบบเป็นกันเองแล้วไม่เคารพยำเกรง


อนาปัตติวาร
         ในสิกขาบทนี้ท่านแสดงภิกษุผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องอาบัติไว้คือ 
         (๑) ภิกษุผู้ให้สวดพร้อมกัน 
         (๒) ภิกษุผู้ทำการสาธยายพร้อมกัน 
         (๓) ภิกษุทักอนุปสัมบันผู้กล่าวคันถะที่คล่องแคล่วโดยให้หยุด (แล้วสอนให้ว่าพร้อมกัน)
         (๔) ภิกษุทักอนุปสัมบันผู้สวดสูตรวกวนให้หยุด (แล้วสอนให้ว่าพร้อมกัน)
         (๕) ภิกษุผู้วิกลจริต 
         (๖) ภิกษุผู้เป็นต้นบัญญัติหรือภิกษุอาทิกัมมิกะ ได้แก่ พวกภิกษุฉัพพัคคีย์

 

 Total Execution Time: 0.019433132807414 Mins