มีเถระภาษิตของพระอรหันต์องค์หนึ่ง ท่านกล่าวว่า การได้เห็นสัตบุรุษผู้เพียบพร้อมด้วยความสะอาด บริสุทธิ์ ย่อมยังประโยชน์ให้สําเร็จ ได้ตัดความสงสัยเสียได้ ทำปัญญาให้เจริญงอกงามสัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมทำคนผู้ไม่รู้หนทางสวรรค์นิพพาน ให้เป็นผู้รู้หนทางสวรรค์นิพพานได้ การคบสัตบุรุษจึงเป็นการดี
การที่เราได้ยินได้ฟังเรื่องราวของ ยอดนักสร้างบารมีที่มีกาย วาจา ใจ สะอาดบริสุทธิ์อย่างคุณยายอาจารย์ของเรานี่ ทำให้เราได้มีกําลังใจแล้วก็มีต้นแบบในการที่จะทำความดี เป็นการสร้างกุศลเหตุสัมพันธ์ที่ดี ที่จะทำให้เรามีโอกาสได้พบได้เห็นท่าน ไม่เฉพาะชาตินี้แต่จะมีโอกาสได้พบเห็นท่านอีกทุกๆ ชาติไป
วันนี้อาตมาจะยกตัวอย่างของปฏิปทาและคำสอนเพียงสักข้อหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นข้อปฏิบัติพื้นฐานที่สามารถเห็นได้ด้วยตา สะท้อนให้เห็นถึงคุณธรรมที่ลึกซึ้งของคุณยาย ข้อปฏิบัตินี้เป็นพื้นฐานที่เราอาจจะมองไม่เห็น ที่ทําให้คุณยายท่านมีธรรมะละเอียด มีญาณทัสสนะคือการรู้การเห็น สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ใครๆ คุณธรรมข้อปฏิบัติพื้นฐานอันนี้คือเรื่อง ของความสะอาด
ที่พวกเราเข้าวัดมา ประทับใจครั้งแรกส่วนใหญ่ก็เรื่องความสะอาดนี่แหละ ซึ่งก็ได้คุณยายเป็นต้นแบบ เรื่องความสะอาดที่สามารถมองเห็นด้วยตา เป็นเครื่องบ่งบอกขั้นต้นทีเดียวว่า บุคคลนั้นน่าจะมีคุณธรรมอื่นๆ อะไรบ้างเช่น เรื่องของความเคารพ พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโวท่านเคยให้โอวาทไว้บอกว่า ถ้าจะดูใครว่ามีความเคารพแค่ไหน เช่น ความเคารพในพระพุทธเจ้า ให้ไปดูที่โต๊ะหมู่บูชาที่บ้านนั่นแหละ ถ้าเห็นโต๊ะหมู่บูชามีฝุ่นจับหรือพระพุทธรูปมีฝุ่นจับ ดอกไม้เหี่ยว ไม่เอาไปเปลี่ยน ท่านก็บอกว่ายังไม่ได้เคารพพระพุทธเจ้าจริงๆ
จะดูว่าใครมีหิริโอตตัปปะแค่ไหน ก็ดูเรื่องความสะอาดนี้ก่อนได้ คนที่ไม่มีหิรินี่จะชอบหมก ขนาดสิ่งหยาบๆ นี่ยังหมก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ไม่ดีลับหลังคงจะทําอะไรได้อีกหลายอย่าง หรือไม่ว่าจะดูว่าใครมักง่าย ก็ดูจากเรื่องความสะอาดนี่แหละ ก็เพราะว่าคนไม่รักความสะอาด เป็นคนมักง่าย
คุณยายท่านฝึกเรื่องความสะอาดมาจริงๆ คงจะฝึกมาทุกภพทุกชาติ เพราะว่าเท่าที่อ่านประวัติท่าน ตั้งแต่ท่านเป็นเด็ก ที่นาของท่าน ท่านจะถอนหญ้าจนเกลี้ยง
เรื่องความสะอาดของคุณยายนี่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็เล่าให้ฟัง คือสิ่งแรกที่ท่านเห็นก็คือความสะอาดของสิงแวดล้อม ที่พักคุณยายมีระเบียบสวยงามแม้ว่าจะทำจากวัสดุที่เรียบง่าย บางชิ้นนี่ท่านก็ไปเก็บที่เขาทิ้งแล้วในกองขยะ แต่คุณยายก็นํามาเช็ดถูทําความสะอาดใช้ใหม่ ปรับปรุงใหม่ให้ใช้ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเรื่องเสื้อผ้า เสื้อผ้าที่ท่านใสอยู่ เรียบง่าย สะอาด ปราศจากรอยยับย่น ไม่มีรอยเลอะเทอะเปรอะเปื้อน อันนี้เป็นต้นแบบที่ใช้กับชุดขาวที่เราใส่กันอยู่
ตอนสมัยอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์กระดานทุกแผ่น ท่านขัดเป็นเงาเลย หลวงพ่อธัมมชโย บอก วันหนึ่งท่านเห็นคุณยายเล็งดูอะไรสักอย่างหนึ่งที่บันได คือบันไดกับพื้นบันไดนี่ ท่านจะเล็งอยู่ประจำ หลวงพ่อก็ถามด้วยความสงสัยว่า “ยายเล็งอะไร” คุณยายก็บอกว่า “เล็งดูฝุ่น เล็งดูฝุ่นว่ามีเกาะหรือเปล่า ปกติแล้วยายจะเช็ดทั้งข้างบนข้างล่าง เช็ดหมด”
เมื่อหลวงพ่อท่านถามว่า ทำไมคุณยายต้องทําอย่างนั้น ท่านก็ตอบชัดเจนว่า ที่เช็ดแล้วมันสะอาด พอสะอาดแล้วใจก็สะอาด เข้ากลางได้คล่อง ท่านก็บอกอย่างนั้น
ในคัมภีร์พุทธศาสนาได้กล่าวไว้ค่อนข้างชัด ในคัมภีร์วินัย แสดงอานิสงส์ของการทําความสะอาดอยู่ข้อหนึ่ง ก็คือ สกจิตฺตํ ปสีทติ หมายถึงว่าจิตของตน ก็คือของผู้ที่ทําความสะอาดนี้ ย่อมผ่องใส อันนี้ก็ตรงกับที่คุณยายบอกว่าใจเราก็สะอาด ตรงกันเลย
นอกจากนั้น คุณยายยังได้ปฏิบัติตรงกับในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ในคัมภีร์กล่าวไว้ว่า ผู้ที่เจริญภาวนา ต้องทำสิ่งภายในและภายนอกให้สะอาดก่อน สิ่งภายในเกี่ยวกับตัวเราโดยตรงก็คือ ผม เล็บ หรือ ขน ถ้ายาวไป ก็ให้ตัดเสียให้เรียบร้อย ถ้าร่างกายมีเหงื่อไคลจับก็ไปอาบนํ้าเสียก่อน อาบให้สะอาดทีเดียวส่วนสิ่งภายนอกก็คือ เสื้อผ้า ถ้ามันขาด ก็ไปเย็บเสียให้เรียบร้อย ถ้ามีกลิ่นเหม็นหรือเปรอะเปื้อน ก็ไปซักมาเสียก่อนสวมใส่ ที่อยู่อาศัยรกรุงรัง ไปปัดกวาดเช็ดถูให้เรียบร้อย ก่อนนั่งเจริญสมาธิ
เพราะว่าสิ่งภายในและภายนอก ที่เกี่ยวกับร่างกายเรา และที่อยู่อาศัยอุปกรณ์ทั้งหมด ถ้าไม่ผ่องใสหรือถ้าไม่สะอาด ญาณในจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นก็จะไม่บริสุทธิ์ เปรียบเหมือนแสงสว่างของเปลวประทีป ที่อาศัยไส้ประทีปและนํ้ามันที่สกปรก แสงที่ออกมาก็จะไม่ค่อยสว่าง ออกมาจะแดงๆ หรี่ๆ แล้วก็มีเขม่ามากด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเวลาพิจารณาสังขารด้วยญาณที่ไม่บริสุทธิ์ แม้สังขารก็ปรากฏไม่ชัด ถ้าเจริญภาวนาต่อไป สมาธิก็จะไม่ก้าวหน้า
ถ้าสิ่งภายในภายนอกสะอาดผ่องใส ญาณในจิตและเจตสิกที่เกิดขึ้นก็จะบริสุทธิ์ เปรียบเหมือนแสงสว่างของเปลวประทีปที่อาศัยไส้และนํ้ามันที่สะอาด แสงก็จะสว่างขึ้นและไม่มีเขม่า ญาณที่บริสุทธิ์นำมาใช้พิจารณาสังขาร สังขารก็จะปรากฏชัด เมื่อนั่งสมาธิครั้งใดสมาธิก็จะก้าวหน้ายิ่งๆ ไปไม่หยุดยั้ง ซึ่งตรงกับที่คุณยายกล่าวเอาไว้ว่า เข้ากลางได้คล่องนั่นเอง
ดังนั้นเรื่องความสะอาดภายนอก ที่สามารถมองเห็นด้วยตาจะหาใครที่สะอาดเท่าคุณยายก็หายาก คงไม่มีใครเกินท่าน ความสะอาดยังมีผลต่อการฝึกสมาธิ คือการไปรู้ไปเห็นด้วยญาณทัสสนะ ไม่ต้องพูดถึงความสะอาดทางอริยวินัย อันเป็นธรรมของสัตบุรุษซึ่งคุณยายอาจารย์ท่านมีอยู่แล้ว มีอยู่ ๓ ประการที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในหลายพระสูตรเหมือนกัน เช่น จุนทสูตร คือความสะอาดทางกาย ความสะอาดวาจา แล้วก็สะอาดใจ ถ้าใครไม่สะอาดกาย ไม่สะอาดวาจาและไม่สะอาดใจ สมาธิย่อมไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่เนื่องจากคุณยายท่านมีครบหมดทั้งเรื่องของความสะอาดแบบพื้นฐานทั่วไปและความสะอาดอย่างในอริยวินัย คุณยายมิครบธรรมะของท่านจึงละเอียดหาใครเสมอเหมือนได้ยาก
เพราะยายท่านรักความสะอาดเป็นต้นแบบความสะอาดที่เราเห็นมา ดังนั้นพระเณร อุบาสก อุบาสิกาที่วัดจึงรักความสะอาดกัน มาช่วยกันสร้างวัดที่สะอาด ให้เรามีโอกาสได้ประพฤติปฏิบัติธรรมกัน มีโอกาสสร้างบุญสร้างบารมี เพราะความสะอาดที่คุณยายวางรากฐานไว้ให้
แค่เรื่องความสะอาดเรื่องเดียว คุณยายยังเป็นต้นแบบ เป็นประโยชน์ใหญ่ให้เกิดแก่ชาวโลก ชาวโลกในที่นี้คือผู้มีบุญ ผู้ที่มาแล้วส่วนใหญ่ประทับใจ ก็คือเรื่องความสะอาด ถามใครๆ ที่มาวัดนี้เพราะอะไร บอกประทับใจเรื่องความสะอาด ความร่มรื่น ความสงบเรียบร้อย
การได้เห็นท่าน ได้ใกล้ชิดท่านก็ดี หรือการทําบุญกับท่าน ด้วยจิตใจอันเลื่อมใส จึงเป็นความดีทั้งนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน อรรถคาถาเวสสันดรจริยาว่า
“ท่านผู้แสวงหาคุณยิ่งใหญ่เหล่านี้ น่าอัศจรรย์ ทั้งไม่เคยมีอย่างนี้ แม้เพียงจิตเลื่อมใส่ในท่านเหล่านั้น ก็พึงพ้นจากทุกข์ได้” ที่เรารักหรือปฏิบัติธรรมตามคุณยาย ได้มาร่วมบุญสร้างกุศลเหตุที่ดี ได้ฟังท่านสั่งสอนก็ดี นี่จะปิดทางอบาย เพราะตรงนี้เป็นอานิสงส์ที่ได้พบได้เห็นคุณยายผู้ทรงคุณอันประเสริฐ เพราะฉะนั้น ก็ให้รักความสะอาดเหมือนคุณยาย ให้รักธรรมะ ให้เห็นธรรมะเหมือนอย่างที่คุณยายเห็น จึงจะเป็นการพบเห็นที่ยังประโยชน์สุขให้สําเร็จอย่างแท้จริง