ฝันในฝัน วิชชาของชีวิต
หน่วยกิตที่พลาดไม่ได้
(Knowledge for Life : Unmissable Episodes)
สวัสดีครับ! นักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยาทั่วโลก โรงเรียนของเรามีอายุ ๑ ขวบ (๓๖๕ วัน) แล้วนะครับ.. เราได้ศึกษาเรื่องราวความจริงของชีวิต ที่ไม่มีสอนในสถาบันใดๆ ในโลก เป็น “วิชชา” ที่เราจะเอาไว้ใช้ในปรโลก เพื่อความปลอดภัยและความสมบูรณ์พูนสุขของตัวเราเอง เมื่อวาระสุดท้ายของเรามาถึง “อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนย่อมเป็นที่พึ่งของตน” ด้วยความซาบซึ้งในพระคุณและเห็นคุณค่ามหาศาลของความรู้ที่พวกเราได้รับในโรงเรียน จึงฉลองครบรอบ ๑ ปี (๙ พ.ค. ๔๖) ด้วยการถวายปัจจัยบูชาธรรมคุณครูไม่ใหญ่ เพื่อหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากนํ้าด้วยทองคําบริสุทธิ์ (ขนาดเท่าองค์จริง ๓ องค์) เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ ๓ แห่ง
เพราะหลวงปู่คือ ต้นวิชชา ท่านได้สละชีวิตเป็นเดิมพันค้นพบวิชชาธรรมกาย กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง.. ทำให้พวกเราได้เรียนรู้เรื่องกฎแห่งการกระทํา (Law of kamma) โดยคุณครูไม่ใหญ่ถ่ายทอดผ่าน Case Study ในรายการฝันในฝัน.. และขอทบทวนให้นักเรียนอนุบาลทั่วโลกทราบอีกครั้งว่า... รายการฝันในฝัน... มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ใจสบายก่อนนั่งธรรมะ โดยการเล่าฝันให้ฟัง วาดฝันให้ดู เชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็ได้ จะฟังเป็นนิทานเพลินๆ ก็ได้หรือจะเป็นความรู้ติดขาติดแข้ง รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหามก็ได้... จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อย่าลืมเผื่อเหนียวด้วยการ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส
การถ่ายทอดเรื่องราวกฎแห่งกรรมของคุณครูไม่ใหญ่ จะเป็นภาษาง่ายๆ ตรงต่อการเข้าใจ...ไม่ได้หวังว่าจะเป็นวิชาการอะไรให้หนักสมอง... เพราะนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยามีทุกเพศทุกวัย... ตั้งแต่วัยที่พูดยังไม่ค่อยชัด เช่นถามว่าหนูเป็นลูกใคร? หนูน้อยตอบว่าเป็น “ยูกพะยาด” (ลูกพระราช) จนถึงวัย ๘๐ - ๙๐ ปี อากง อาม่า อาเหล่าม่า นอนฟังบนเตียงก็มีเรื่องจริงที่ส่งมาเป็น Case Study นับร้อยเรื่อง... นักเรียนอนุบาลพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายิ่งฟังยิ่งแจ่มแจ้ง เป็นเหตุเป็นผล เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมเพิ่มมากขึ้นๆ บางเรื่องเหมือนจะเข้าข่ายเดียวกันกับเรื่องที่เคยฟังมาแล้ว แต่พอฟังไปกลับไม่เหมือน เพราะรายละเอียดของการกระทําไม่เหมือนกัน เหมือนกับการผสมแม่สีแดง เหลือง น้ำเงิน ถ้าผสมสัดส่วนต่างกันนิดหนึ่ง สีที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน
ทำให้พวกเรามีหิริโอตตัปปะมากขึ้นทับทวี อะไรที่เป็นความดีก็ไม่ปล่อยผ่าน ตั้งใจทําด้วยตนเองอย่างเต็มกำลังพร้อมๆ กับทำหน้าที่ผู้นำบุญ เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชาวโลก อาจมีบางคนไม่เข้าใจหรือที่ไม่อยากจะเข้าใจ และอาจจะพูดว่าคุณครูไม่ใหญ่สอนผิด.. ใช่! ท่านสอนผิดจากคนอื่นสอน แต่ไม่ผิดจากหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า... ฉบับนี้ผมหัวหน้าชั้นขอนำทุกท่าน
ทบทวนเรื่องราวฝันในฝันวันที่ ๑๗ ธ.ค. ๔๕ ดังนี้
กรรมมี ๑๒ ข้อ แบ่งเป็น ๓ หมวดๆ ละ ๔ ข้อ
หมวดที่หนึ่ง กรรมให้ผลตามเวลา
๑.กรรมให้ผลในปัจจุบันทันตาเห็น (ทิฏฐธรรมเวทนียกรรม) คือ ทำปุ๊บให้ผลทันที เช่นนายบุญเศรษฐี เมื่อภรรยาทำบุญมา สามีอนุโมทนา พอไถนาก็กลายเป็นทองคําทันทีทันใดหรือบุคคลหนึ่งทำบุญ ๑ ล้านแล้วไปประกอบธุรกิจประสบความสําเร็จเป็นพันล้าน
๒.ตายแล้วจึงให้ผล (อุปัชชเวทนียกรรม) คือกรรมที่ส่งผลให้ไปเกิดในสุคติหรือทุคติ
๓.ให้ผลในชาติที่ ๓ (อปราปริยเวทนียกรรม) คือให้ผลตั้งแต่ชาติที่ ๓, ๔, ๕ ฯลฯ เรื่อยไปจนถึงชาติสุดท้ายที่จะเข้าพระนิพพาน ตัวอย่างคือ พระมหาโมคคัลลานะ ที่มีกรรมตามให้ผลแม้กระทั่งภพสุดท้ายที่เป็นพระอรหันต์
๔. กรรมที่เลิกให้ผล (อโหสิกรรม) เช่นบุญส่งผลให้เกิดมารวยพันชาติ พอครบพันชาติก็เลิกให้ผล หรือบาปส่งผลให้เกิดมาจนพันชาติ พอครบพันชาติก็เลิกให้ผล
หมวดที่สอง กรรมให้ผลตามหน้าที่
๑. กรรมนํามาเกิด (ชนกกรรม)
๒. กรรมสนับสนุน (อุปัตถัมภกกรรม)
๓. กรรมบีบคั้น (อุปปีฬกกรรม)
๔. กรรมตัดรอน (อุปฆาตกรรม)
หมวดที่สาม กรรมให้ผลตามลำดับ
๑.กรรมหนักให้ผลก่อน (ครุกรรม) กรรมหนักฝ่ายบาปคืออนันตริยกรรม ๕ คือ ฆ่าบิดา ฆ่ามารดา ฆ่าพระอรหันต์ ทำสงฆ์ให้แตกแยก ทําร้ายพระพุทธเจ้าถึงกับห้อพระโลหิต กรรมหนักฝ่ายบุญคือทำรูปฌาณให้บังเกิดในแง่ปฏิบัติคือ ตั้งแต่เห็นดวงธรรมมั่นคงไปจนถึงพระธรรมกายภายใน
๒.กรรมที่ให้ผลรองลงมา (อาจิณณกรรม) คือ กรรมที่ทําสม่ำเสมอเป็นประจำบ่อยๆ
๓.กรรมที่ให้ผลก่อนใกล้ตาย (อาสันนกรรม) ในช่วงขณะที่ชิงหมองชิงใส
๔.กรรมที่สักแต่ว่าทำ ไม่ได้มีเจตนา (กตัตตากรรม) เช่น เดินเหยียบมดตายโดยที่เราไม่รู้ไม่เห็น (ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการที่แกล้งทำไม่รู้ไม่เห็น) กรรมข้อนี้จะส่งผลต่อเมื่อไม่มีกรรมอะไรมาส่งผลแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการโดนลูกหลง ซึ่งผู้กระทำไม่ได้เจตนา.. คือตั้งใจว่าจะขว้างหัวนาย ข. แต่ไปโดนนาย ค. แปลว่านาย ค. ต้องเคยทํากรรมที่ไม่เจตนาอย่างนี้มาก่อน
ลองเอา Case Study ของอาจารย์บุญส่ง พรหมพิทักษ์ (๑๖/๑๒/๔๕) มาจัดเข้าหมวดหมู่กรรม ๑๒ ข้อ จะได้ดังนี้
ท่านมีบุญนำมาเกิด (ชนกกรรม) เป็นมนุษย์แล้วมีบุญสนับสนุน (อุปัตถัมภกกรรม) ให้ท่านได้เจริญเติบโตได้ อ.บุญส่ง พรหมพิทักษ์ ศึกษาเล่าเรียนแล้วมีอาชีพเป็นครูใหญ่ เกิดกุศลศรัทธา เร่งสร้างบุญกุศลอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนวาระสุดท้ายของชีวิตต่อมาได้พบผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร แนะนำให้เจอหมู่คณะสร้างบารมีของครูไม่ใหญ่ ท่านทําบุญสม่ำเสมอ (อาจิณณกรรม)
พอท่านอายุ ๔๗ ปี ก็มีกรรมมาตัดรอน (อุปฆาตกกรรม) คือกรรมปาณาติบาต เพราะในอดีตชาติที่เป็นพลทหารจอมขมังธนู ยิงข้าศึกตาย ซึ่งท่านทำไปตามหน้าที่ของทหาร แต่กรรมนี้มาตัดรอนคือไม่ได้เจ็บป่วย ไม่โดนอุบัติเหตุ ร่างกายก็ยังแข็งแรง แต่อยู่ๆ ก็ล้มแล้วหมดลมหายใจ แต่ด้วยบุญที่ท่านทําเป็นอาจิณณกรรม ทำให้ท่านไปเกิดเป็นเทพบุตร เสวยทิพยสมบัติที่สวรรค์ชั้นดุสิต ตายแล้วจึงได้ผลบุญ (อุปัชชเวทนียกรรม)
ลองมาดูอีก Case Study (๑๗/๑๒/๔๕) ท่านนี้เกิดเป็นมนุษย์ในครอบครัวคนจีน ที่ขยันทำมาหากินมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างวันหนึ่งไปยิงนายจ้างตาย เหตุเพราะนายจ้างเบี้ยวค่าจ้าง ตนเองต้องไปอยู่ในคุก พอพ้นโทษลูกๆ ก็ชวนเข้าวัด มาบวชเป็นอุบาสกแก้วถวายเป็นพระราชกุศล ๑๐๐,๐๐๐ คน ได้บวชสามเณรแก้ว สร้างพระธรรมกายประจําตัวทําบุญทุกๆ บุญ และเมื่อลูกๆ ทําบุญทุกครั้งก็บอกให้ท่านอนุโมทนา จนวันหนึ่งท่านล้มในห้องน้ำ อาการหนักมาก ลูกๆ ก็ช่วยกันประคับประคองใจของท่านให้อยู่ในบุญ โดยการพูดทบทวนเรื่องบุญให้ท่านฟัง ลูกชายก็พูดว่า “ป๊าไปดีๆ นะ ร.ร. อนุบาล ฝันในฝันวิทยาบอกให้นึกถึงภาพดีๆ ป๊านึกได้นะ เรื่องอื่นไม่ต้องกังวล นึกถึงองค์พระ ดวงบุญอย่างเดียว” ท่านนํ้าตาไหล พูดไม่ได้แล้วฟังอย่างเดียว พอละโลกได้ไปเกิดในตระกูลภุมมเทวา
บุญเป็นชนกกรรมให้ท่านมาเกิดเป็นมนุษย์ บุญสนับสนุนให้ท่านเจริญรุ่งเรืองในอาชีพ มีกรรมบีบคั้น (อุปปีฬกกรรม) คือยิงนายจ้างตาย เป็นกรรมบีบคั้นจากอดีตชาติ... ทั้งคู่เคยเป็นเพื่อนรักกัน ลงทุนทําการค้าร่วมกัน เมื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจมากขึ้น ทําให้เพื่อนของท่านเกิดความโลภคิดโกงสารพัด ท่านจับได้ก็เกิดการทะเลาะแล้วฆ่าเขาตายด้วยมีด ตายในชาตินั้นก็ไปอบาย เกิดใหม่มาเจอกันอีก ไม่ว่าจะเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉาน ผลัดกันฆ่า ผลัดกันลงอบาย
ชาตินี้ก็มาเจอกันก็ฆ่ากันอีก กรรมที่เคยฆ่ากันมาตามบีบคั้น แทนที่ท่านจะมั่งมีศรีสุข ก็หมดโอกาสออกมาจากคุกลูกๆ ก็ชวนสร้างบุญ ท่านก็ทำไปตามที่ท่านเข้าใจ ช่วงสุดท้าย ลูกๆ ให้ท่านนึกถึงบุญเป็นอาสันนกรรม (กรรมก่อนตาย) ทําให้ใจผ่องใสระดับหนึ่ง ได้เกิดใหม่เป็นภุมมเทวา
เห็นไหมครับ ทุกเรื่องราวเป็นเหตุเป็นผล แต่ละ Case Study สามารถอธิบายตามหลักกรรม ๑๒ ข้อได้ทั้งสิ้น อย่าง Case Study ของตัวผมเอง หัวหน้าชั้น ๕ ขุนทหาร(รายละเอียดหาอ่านได้ในหนังสืออยู่ในบุญเดือนธ.ค. ๔๕ และ ม.ค. ๔๖) ผมมีบุญเป็นชนกกรรมนํามาเกิดเป็นมนุษย์ (แต่ลําบากยากจน เพราะกรรมในอดีตที่เย่อหยิ่งถือตัวไม่อ่อนน้อมถ่อมตนต่อพระผู้ใหญ่) มีบุญสนับสนุนให้เจริญเติบโต ได้ศึกษาเล่าเรียน.... แล้วก็มีกรรมดีบีบคั้น (อุปปีฬกกรรม) ส่งผลให้ได้บวชเป็นพระธรรมทายาท ได้เจอหมู่คณะสร้างบารมี(ซึ่งเป็นกรรมดีในอดีตชาติที่ได้บวชเป็นพระและได้สร้างบุญกับหมู่คณะ) แล้วขณะนี้ก็ได้สร้างบุญกุศลเป็นอาจิณณกรรม เป็นทหารแห่งกองทัพธรรม
การสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เป็นภารกิจและหน้าที่ของพุทธบริษัท ๔ (พระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา) ที่ต้องช่วยกันธำรงรักษาไว้ และแผ่ขยายไปสู่มนุษย์ทุกคนในโลกให้เข้าใจ
การแผ่ขยายพระพุทธศาสนา มิใช่เป็นไปเพื่อข่มหรือแข่งกับศาสนาอื่นใด.. แต่เป็นไปเพื่อให้ชาวโลกเข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมซึ่งเป็นกฎสากลของโลก เป็นของกลางๆ เหมือนดวงอาทิตย์ ที่เป็นของทุกคนในโลก ภารกิจและหน้าที่นี้ต้องเริ่มจากพวกเรา นักเรียนอนุบาลฝันในฝันทั่วโลกที่จะเป็น “หัวเพชร" ทั้งแข็งและใสบริสุทธิ์ โดยเริ่มต้นทุก “วันพระ” ชักชวนกันไปที่วัดใกล้บ้าน ทําอาหารไปถวาย ฟังธรรม ช่วยทำความสะอาดกวาดลานวัด ขัดห้องน้ำ การฟังธรรมเราก็อาราธนาหลวงพี่หรือหลวงพ่อเทศน์ เรื่องกฎแห่งกรรมที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกนั้นแหละ..แล้วก็อย่าลืมขึ้นป้าย “พรุ่งนี้วันพระ” และ “วันนี้วันพระ” ที่หน้าบ้าน เพื่อกระตุ้นเตือนชาวพุทธทั้งหลาย ให้มีส่วนร่วมในการทำความดี เพราะเราเป็นชาวพุทธด้วยกัน
ทุกวันเราทําทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ตอนค่ำเข้าโรงเรียนอนุบาลฝันในฝัน ทุกวันอาทิตย์ก็รวมตัวสร้างบารมีกันที่วัด และบูชาข้าวพระทุกต้นเดือน ทุกวันพระก็ไปสร้างบุญที่วัดใกล้บ้าน แล้วบุญพิเศษทุกๆ บุญมาถึงเราเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเราก็ทำด้วยตนเองอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับทำหน้าที่ผู้นำบุญ “พันธุ์ตะวัน” ขยายเครือข่ายคนดี ไปเรี่อยๆ ทุกวัน... ทําได้ดังนี้ จึงจะได้ชื่อว่า เกิดมาสร้างบารมี ให้สมกับที่เป็นลูกพระราช หลานคุณยายนักเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา.. อย่าลืมอธิษฐานทุกครั้ง เมื่อได้สร้างบุญกุศลว่า ให้เกิดเป็นมนุษย์สร้างบารมีในร่มเงาพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ด้วยความพร้อมทุกๆ ด้าน รวย สวย หล่อ ฉลาด สมปรารถนา มีดวงตาเห็นธรรม เข้าถึงพระธรรมกาย มีเป้าหมายที่สุดแห่งธรรม ฯลฯ ละจากโลกมนุษย์ก็ขอเป็นชาวสวรรค์ชั้นดุสิต ในวงบุญพิเศษ.. มีคติแค่ ๒ ทางนี้ จนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม
ชิตัง เม!
สวัสดีครับ