หลวงปู่ผู้เป็นแบบอย่างแห่งชีวิตสมณะ
คำว่า “ธรรมกาย” เป็นสิ่งที่มีมาแล้วแต่สมัยพุทธกาล ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกอยู่หลายแห่ง แต่น่าเสียดายว่า การปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายนั้น ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีการอธิบายให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง จนกระทั่งหลวงปู่วัดปากนํ้าท่านได้ปฏิบัติจนเข้าถึงธรรมกายได้ ท่านจึงได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย" นั่นคือเอาแนวการปฏิบัติเพื่อการเข้าถึงธรรม แห่งองค์พระศาสดามาเผยแผ่แก่ชาวโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งกล่าวกันว่าวิธีการปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมกายนั้น ทำให้สามารถทั้งรู้และทั้งเห็นธรรม นอกจากนั้นยังสามารถปฏิบัติได้ไม่จํากัดภูมิรู้ บางท่านอ่านหนังสือไม่ออกหรือแม้จะเป็นเด็กเล็ก ก็สามารถปฏิบัติให้เห็นธรรมจริงได้ เพราะเหตุนี้การเผยแผ่การปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงธรรมกายจึงเป็นที่ปรากฏอย่างแพร่หลาย และที่สําคัญก็คือมีคนเป็นจํานวนมากสามารถปฏิบัติตามได้
สมัยที่หลวงปู่วัดปากน้ำท่านยังมีชีวิต คำว่า “ธรรมกาย” ดูยังเป็นของใหม่ ยังไม่เป็นที่คุ้นหูของผู้คนเท่าใดนัก บางคนก็ไม่สนใจ แต่บางคนก็กลับคิดไปว่า หลวงปู่ท่านคิดบัญญัติขึ้นมาใหม่เป็นการอุตริบัญญัติขึ้นใช้ตามแนววิธีการสอนของท่าน บางคนก็ว่าท่านอวดอุตริมนุสธรรม บางคนก็พูดเหยียดหยาม เคยมีพระมหาเถระได้ปรารภเรื่องนี้กับหลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า
“คนเช่นเราใช่จะไร้เสียซึ่งปัญญา ชั่วก็รู้ ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัวเราเองเพราะความปรารถนาลามกทําไม ที่เขาพูดหาว่าเราอย่างนั้นบางคนคงจะไม่รู้จักคำว่า “ธรรมกาย” มีอยู่ที่ไหนหมายเอาใคร เขาอาศัยความไม่รู้ มาว่าเราผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เมื่อผู้ไม่รู้มาติเตียนเราความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจธรรมของพระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะลบก็ลบได้เพียงชั่วคราว ไม่ช้าดวงแก้วของพระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มีปัญญาเห็นด้วยสายตาของตนเอง ฯ”
ดังนั้น การที่หลวงปู่วัดปากน้ำ ท่านเข้าถึงธรรมและเห็นธรรมแจ่มแจ้ง ปฏิบัติธรรมเช่นนี้ ท่านจึงมีความองอาจและสง่างามในเวลาที่ท่านแสดงธรรม ธรรมะในคัมภีร์ต่างๆ ท่านสามารถชี้ให้เห็นแนวการปฏิบัติให้เกิดผลแห่งธรรมนั้นได้ ตามสมควรแก่การปฏิบัติ จึงกล่าวได้ว่าท่านสามารถเป็นแบบอย่างและสามารถถ่ายทอดแนวการปฏิบัติ ได้ตามอย่างท่านเป็นอย่างดี ดังนั้นคำยกย่องสรรเสริญท่าน จึงไม่เกินเลยแห่งคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของท่านเลย
ด้วยเหตุนี้ หลวงปู่วัดปากน้ำท่านจึงมีลูกศิษย์ มาเข้ารับการอบรมสั่งสอนมากมาย กอปรด้วยคุณธรรมและเมตตาธรรมของท่านเป็นที่ปรากฏแก่ชนทั้งหลาย แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้ว ก็ยังมีการสอนสิบแนวปฏิบัติต่อกันมาอย่างไม่ขาดสาย ศิษยานุศิษย์ทั่วโลกทั้งหลายจึงมีความปรารถนาจะแสดงกตัญญูกตเวทีต่อท่าน ซึ่งการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อหลวงปู่วัดปากนํ้านั้น มีทั้งการปฏิบัติบูชา และสักการบูชาด้วยเครื่องบูชาต่างๆ และได้พร้อมใจกันแสดงกตัญญูกตเวทีอย่างสูงเท่าที่สิ่งต่างๆ ในยุคนี้จะเอื้ออำนวยและสามารถหามาได้ นั่นคือการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำเพื่อจะนำไปประดิษฐาน ณ อนุสรณ์สถาน ๓ แห่งบนเส้นทางแห่งมหาปูชนียาจารย์
ท่านผู้มีบุญทั้งหลาย ย่อมจะทราบดีว่าการสร้างสิ่งสักการะบูชา ที่สูงค่าให้บังเกิดขึ้นนี้ หาใช่เรายึดถือแต่เพียงวัตถุภายนอก หากแต่เราจะให้เป็นเครื่องน้อมนำใจให้เราระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย สร้างคุณค่าที่ดีที่สุดให้แก่จิตใจเพราะการได้เห็นสิ่งที่ดีงามก็ย่อมน้อมนำใจเราให้อ่อนโยน เกิดกุศลศรัทธาที่จะสร้างความดียิ่งๆ ขึ้นไป ขณะเดียวกันสิ่งที่เราสร้างขึ้นนี้ ก็จะเป็นสิ่งสะท้อนถึงความศรัทธาให้ปรากฏ และผู้คนทั้งหลายเมื่อได้พบเห็นก็จะเกิดความสนใจทําให้ใครที่ยังด้อยด้วยศรัทธาก็จะเริ่มที่จะเพิ่มพูนศรัทธาปสาทให้มากขึ้น หากคนใดมีศรัทธาอยู่บ้างแล้วก็จะได้เพิ่มทับทวียิ่งๆ ขึ้นไปเช่นเดียวกับรูปหล่อทองคำหลวงปู่วัดปากน้ำในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาของมหาชนที่มีต่อท่าน และย่อมเป็นการประกาศให้เห็นถึงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของท่าน เพราะท่านถือเป็นแบบอย่างแห่งชีวิตสมณะ ผู้ที่ได้ประพฤติปฏิบัติตรงต่อเส้นทางพระรัตนตรัยนับตั้งแต่วันบวช จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตท่านไม่เคยว่างเว้นจากการปฏิบัติธรรมเลย
บุคคลผู้ที่จะเป็นแบบอย่างแห่งธรรมปฏิบัติได้ นอกจากรู้จริงแล้วยังต้องรู้แจ้ง คือรู้แล้ว ก็ยังปฏิบัติได้ด้วย ถ้าเป็นได้เช่นนี้ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการสักการะ ยกย่องในฐานะแห่งมหาปูชนียาจารย์ ถึงแม้ท่านจะยังมีชีวิตอยู่หรือล่วงลับไปแล้ว ท่านก็เสมือนกับนั่งอยู่ในหัวใจของมหาชนอยู่เสมอ