กว่าจะเข้าใจชีวิต ก็ผ่านมาครึ่งชีวิต

วันที่ 27 พย. พ.ศ.2562

กว่าจะเข้าใจชีวิต ก็ผ่านมาครึ่งชีวิต


เป็นอีกหนึ่งบทความดีๆ ที่ให้แง่คิดการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า : -


 คนเราพออายุใกล้ 30 เรามีความสุขกับเสื้อผ้า กระเป๋าน้อยลง แต่ความสุขของเราเริ่มเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าต่อจากนี้จะใช้ชีวิตยังไง ถึงจะมีความสุขในแบบของตัวเอง


เราอยากโทรหาพ่อแม่ทุกครั้งที่มีเวลา เราอยากสำเร็จให้เร็วที่สุดเพื่อให้พ่อแม่ได้เกษียณ พักผ่อนตามอัธยาศัย เพราะเราก็คงอยากทำแบบเดียวกัน  ตอนอายุเท่าพ่อแม่


การตั้งใจหาเงินเป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ถ้ายังไม่สำเร็จก็ขยันไปเถอะ แต่การตั้งใจไม่ได้แปลว่าต้องให้งานเป็นทั้งหมดของชีวิต


ต้องสร้างต้นทุนสุขภาพให้ได้ก่อน สุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว ยังไม่เห็นผลตอนนี้แต่ก็ต้องทำเพื่อให้มีแรงต่อยอดต้นทุนอื่นที่เหลืออยู่มาจะครึ่งคนแล้ว 


เราจะไม่หนีปัญหาเพราะในชีวิตไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าเราละเลยในวันนี้ มันจะวกกลับมาหาอีกในวันหน้า ไม่ช้าก็เร็ว แต่มาแน่นอน


เราไม่เอาเรื่องดราม่าในชีวิตมาบ่นในเฟสบุค ถึงโพสต์แล้วมันทำให้ได้ระบาย แต่เพื่อนทุกคนในเฟสบุคไม่ได้ต้องการเป็นที่ระบาย ถ้าจะมีคงเป็นแค่เพื่อนบางคน และเราเลือกที่จะคุยกับเค้าในชีวิตจริงมากกว่า

 

การเลิกแล้วต่อกันโดยไม่ยึดติดกับความคิดตัวเองว่าเราผิดหรือไม่ผิด มันทำให้ชีวิตไปต่อได้ อย่าติดอยู่กับกับดักอารมณ์นานๆ ปล่อยให้ความจริงปกป้องเราเอง จบที่ใจตัวเองให้ได้


ความรักเวลาคบกันไปนานๆ เรื่องที่เค้าทำให้เรามาตลอด เราได้รับจนชินก็จะไม่เห็นคุณค่า กลายเป็นว่าสุดท้ายจะไม่มีอะไรดีเลยเพราะเราคาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ


วิธีแก้คือให้กลับบ้าง จะได้รู้ว่าการทำอะไรให้ต่อเนื่องสม่ำเสมอมันก็แสดงว่าเค้ารักเรามากแค่ไหน

 

ตอนเด็กจะใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไปไหนก็ได้ ตอนโตสังคมคนทำงาน ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมากวันไหนแต่งตัวดีจะรู้สึกเหมือนฟ้าเปิดงานราบรื่น ความจริงคนตัดสินกันที่ภายนอกมันก็ปกติ เพราะยังไม่รู้จักก็ต้องดูจากที่เห็นก่อน  แต่บุคลิกภาพดีไม่ได้แปลว่าต้องแต่งตัวรวย หรือสวย เราว่ามันคือความลงตัวและรู้จักกาละเทศะมากกว่า

 

รอยยิ้มเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพกับคนใหม่ๆ ฝึกยิ้มให้คนไม่รู้จัก ถึงจะแป๊กบ้างแต่ก็ยังมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนดีๆ


อย่าติดพูดคำว่าเดี๋ยว ถ้าจะทำต้องทำเลย เพราะถ้าไม่ทำเลยก็จะมีเรื่องอื่นมาแทรกจนสุดท้ายไม่ได้ทำ

 

เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ต้องรีบตามให้ทัน ไม่ใช่แค่ถูก Disrupt แต่เพราะเป็นทางลัดของอะไรหลายๆ อย่างได้ ต้นทุนลด โตแบบก้าวกระโดด มีโอกาสทั้งนั้น
คิดให้มาก ทำให้มากกว่า


เรามองเห็นเพื่อนหลายคนที่โตมาด้วยกันมีเส้นทางชีวิตที่ต่างกันออกไป แม้จะไม่ได้คุยกันเลย แต่เชื่อว่า เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อนอยู่เสมอโอกาสมักมาตอนได้เจอคนใหม่ๆ หรือไปในสถานที่ใหม่ๆ


ทุกวัน กินข้าวให้อิ่ม หลับให้สนิท รักตัวเองให้เยอะๆ

 

เราอยู่ในโค้งสุดท้ายของวัยที่ยังลองผิดลองถูกได้ ช่วงนี้จะถามตัวเองบ่อยๆ ว่ายังมีอะไรที่อยากลองอีกไหม?


ถ้าธุรกิจยังไม่นิ่งอย่าเพิ่งดึงเงินออก เพราะถ้าเจอวิกฤติจะพังทั้งระบบเลย ยิ่งถ้าสายป่านสั้น cashflow ยิ่งสำคัญมากๆ


มีเด็กหลายคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย และมีผู้ใหญ่หลายคนที่ประสบความสำเร็จตอนอายุมากแล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่ได้เกี่ยวกับอายุแบ่งเวลาอยู่ในโลกออนไลน์ให้พอดี อะไรที่มากเกินไปย่อมมีโทษเสมอ

 

ถ้าต้องยกเลิกอะไรกับใคร ตัดสินใจได้แล้วให้รีบบอกทันที อย่ารอให้ตัวเองกล้าพูดแล้วค่อยบอก เพราะจะทำให้คนอื่นแก้ปัญหาไม่ทัน


เราอยู่ในวัยที่มีมากพอที่จะแบ่งปัน เป็นผู้ให้ย่อมสุขกว่าเป็นผู้รับ

 

ความเป็นผู้นำ และการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้สำเร็จได้ไวขึ้น เราเชื่อในพลังของTeamwork

 

การคบเพื่อนที่หลากหลาย ทำให้เราต่างเติบโตทางความคิดได้มาก

 

 คนเก่งแต่ไหนถ้าเจอปัญหาครอบครัวเข้าไป ส่วนใหญ่ performance ลดลงเกิน 80% ดูแลความสัมพันธ์ในครอบครัวสำคัญสุด

 

ถ้ายังไม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ อย่าทำแบบเดิมซ้ำๆการเปิดใจฟังคำวิจารณ์ ช่วยให้เราได้รู้ว่าสิ่งที่ต้องรีบแก้ไขคืออะไรพออายุมากขึ้น อย่าเพิ่งลืมความฝันวัยเด็กที่เคยมี

 

พ่อแม่ยังมองว่าเราเป็นเด็กเสมอ แม้วันนี้จะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน แค่เข้าใจก็พอ


การทำงาน ไหนๆ ก็ต้องใช้เวลาทำเหมือนกัน ทำให้ดีทุกครั้งไปเลย อย่างน้อยเราได้ฝึกพัฒนาตัวเองไปด้วย

 

หากมีเพื่อนหรือใครมาขอความช่วยเหลือ อย่าช่วยในสิ่งที่ตัวเองต้องมานั่งกลุ้มภายหลัง ความจริงถ้าเค้าเห็นเราเป็นเพื่อน เค้าคงไม่ทำให้เราต้องลำบากใจตั้งแต่แรก


การตัดสินใจช่วยเหลือใคร แค่เราหวังดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูที่ตัวเค้าด้วยว่า ได้พยายามแล้ว มากแค่ไหน


ความกดดันแบบสุดขีด มักทำให้เราเห็นศักยภาพสูงสุดของตัวเอง และช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุด จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ดีที่สุดในวันที่เราผ่านมันไปได้


เวลาตอบคำถามใคร ถ้าเกินจากที่รู้ให้ตอบว่าไม่รู้ อย่าแกล้งทำเป็นรู้ กล้าถามแค่ครั้งเดียว ดีกว่ากลับไปแล้วทำอะไรต่อไม่ได้เลย

 

เรามักละเลยคนใกล้ไปทำดีกับคนไกล แต่เมื่อเจอปัญหาคนใกล้ต่างหากที่ไม่เคยทิ้งเราระมัดระวังทุกการกระทำ คนเราทำดีร้อยครั้งจำไม่ได้ ทำผิดครั้งเดียวจำไม่ลืม


อย่าพยายามสอนใคร ถ้าเค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง

 

ยิ่งโตขึ้นยิ่งมีแต่เรื่องให้ต้องตัดสินใจ แต่ไม่ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดยังไง ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น


แม้แต่คนที่เราเกลียดที่สุด ก็ให้บทเรียนที่ดีที่สุดกับเราได้ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ในการพัฒนาตัวเองได้หมด แค่ต้องคัดกรองให้เป็นว่าเรื่องไหนควรรับ เรื่องไหนควรทิ้ง

 


อย่าเป็นคนขี้อิจฉา เวลาเห็นคนอื่นสำเร็จ อะไรที่มันเป็นของเรา มันก็จะเป็นของเรา

สิ่งที่ทำให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตได้มากมีสองสาเหตุ
1.พลังบวก
2.คือความเจ็บปวดขั้นสุด

 


คนรวยจะเก่งในการลดเวลาทำงานที่เนื้องานไม่สร้างมูลค่า


20 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นวัยที่ทำมาหากินอย่างรุนแรง ช่วงชีวิตต่อไป ต้องเริ่มบริหารทุกด้านให้เป็นระบบกว่านี้

 

และสุดท้าย กว่าจะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เราก็ใช้มันไปแล้วครึ่งชีวิตใจนึงก็กลัวตัวเลข 30 แต่อีกใจก็อยากขอบคุณที่วันนี้มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน


ที่มา : kid-si

https://verrysmilejung.com