เทวดา

วันที่ 07 พย. พ.ศ.2568

เทวดา

7-11-68_7b%2811%29.jpg

                        อาจารย์ได้เรียนรู้กับหลวงพ่อทัตตชีโว เวลาจะไปไหนกับหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโวจะสอนว่า

 

                        “โยมอาจารย์เวลาไปขึ้นรถหลวงพ่อธัมมชโย อย่าไปขึ้นก่อนท่านนะ ต้องให้ท่านเรียกก่อนแล้วค่อยขึ้น เพราะหลวงพ่อธัมมะท่านมีเทวดารักษารถ”

 

                        อาจารย์ก็เชื่อฟังหลวงพ่อทัตตชีโวทุกอย่าง แม้เรายังไม่รู้ไม่เห็น แต่ทุกอย่างที่ค่อย ๆ พิสูจน์เองทำให้เข้าใจได้ว่าสิ่งที่ท่านบอกเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลวงพ่อทัตตชีโวชวนอาจารย์ไปอุปัฏฐากดูแลหลวงพ่อธัมมชโยบนภูกระดึง ตอนต้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นผู้หญิงจะไปอุปัฏฐากพระได้อย่างไร พอถามไปถามมาก็เข้าใจทันทีเลยว่า หลวงพ่อทัตตชีโวให้ไปทำภัตตาหารถวายหลวงพ่อธัมมชโยนั่นเอง เพราะเห็นว่าอาจารย์ทำงานคหกรรมได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้รับการอบรมกับหลวงพ่อทัตตชีโวเรื่องอาหารเรียกว่าเปิดหลักสูตรกันเลยทีเดียว วัตถุดิบแต่ละชนิดมีสรรพคุณอย่างไร เช่น

 

                        ขิง                มีฤทธิ์ร้อน ช่วยลดอาการท้องอืด ช่วยขับลม กระตุ้นการทำงานของลำไส้ลดอาการไขข้ออักเสบ บรรเทาอาการคลื่นไส้ และอาเจียน

 

                        ข่า                 ช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้ลมแน่นหน้าอก ผลข่าใส่อาหารทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดีขึ้น 

 

                        ตะไคร้                  ช่วยขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ทำให้เจริญอาหาร บรรเทาอาการปวดท้อง 

 

                        เง้ากระชาย                   แก้อาการปวดท้อง มวนในท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ 

 

                        หลวงพ่อทัตตชีโวท่านจะสอนทุกอย่างเกี่ยวกับหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโวบอกว่า

 

                        “หลวงพ่อธัมมชโยมีเทวดาลงรักษา ของใช้ทุกชนิดมีเทวดาลงรักษาทั้งนั้นเลย”

 

                        อาจารย์ก็เชื่อฟัง ตอนแรกก็ตื่นเต้น แต่ก็คิดได้ว่า เทวดาที่ลงปกปักรักษาหลวงพ่อธัมมชโยคงช่วยให้การรับบุญอุปัฏฐากครั้งนี้สำเร็จแน่นอน บนภูกระดึงนั้นไม่สามารถหาซื้อของได้ทั่วไป ต้องหาบของขึ้นไป เขาเอาอะไรมาให้แค่ไหนก็แค่นั้น เวลาที่ทำอาหารใส่จาน แก้วเจียระไนจะต้องประณีตน่ารับประทาน อร่อย สวยงาม อาจารย์จะรู้สึกตื่นเต้นและทุ่มเททำตลอดเวลา หลวงพ่อธัมมชโยจะสัพยอกอาจารย์บ่อย ๆ วันหนึ่งท่านสัพยอกอาจารย์ว่า

 

                        “เทวดาใบสะระแหน่ข้างนี้งามมาก ทำไงเราจะได้ฉัน”

 

                        อาจารย์ก็คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี ให้ฉันเปล่า ๆ ไม่ได้ ต้องเป็นผักแกล้มกับอะไรซักอย่าง คิดไปคิดมาอาจารย์ก็ได้เอาเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นมายี ๆ ใส่น้ำตาล ใส่กะทิ ใส่เกลือ จับตั้งไฟ แล้วก็เอาเส้นหมี่มาลวกทำเป็นดอกกุหลาบ เอาใบสะระแหน่ที่ท่านอยากฉันไปล้างแล้วมาจัด หามะเขือเทศเล็ก ๆ คว้านเป็นดอกกุหลาบมาวางไว้ แล้วตามด้วยไข่ต้ม พอถวายท่านไปท่านก็ฉันจนหมด ท่านชื่นชมอาจารย์ ตามด้วยให้การบ้านใหม่ว่า

 

                        “เทวดาซาลาเปาบนภูกระดึงนี้มีรึเปล่า”

 

                        อาจารย์ก็คิดในใจว่าเทวดาจะไปเอายีสมาทำซาลาเปาได้อย่างไร รอบนี้ค่อนข้างเครียด เพราะซาลาเปาถ้าไม่มียีส อบแล้วไม่ฟู มันจะดูไม่ได้เลยทีเดียว จะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ท่องไว้ในใจ

 

                        “เทวดาต้องช่วยเราสิ มีเทวตาปกปักรักษา"

 

                        มันเริ่มตีกันระหว่างความเชื่อว่ามีเทวดากับความรู้คหกรรมที่ได้ร่ำเรียนมา แต่สุดท้ายก็ตัดใจทำเป็นทำ หลวงพ่อท่านทักมาแล้ว มันคงมีทางเป็นไปได้ ว่าแล้วก็เดินไปตามตู้ต่าง ๆ อาจารย์ไม่รู้จะให้ใครช่วยที่ทําไปบ่นไปว่า

 

                        “เทวดาองค์ไหนรักษาหลวงพ่อธัมมชโยให้มาเลือกแป้งเดี๋ยวนี้เลยนะ มาเลือกแป้ง เลือกเครื่องปรุงทุกอย่าง ช่วยกันทำหน่อยนะ"

 

                        ซาลาเปาจะฟูต้องมียีส ภูกระดึงไม่มียีส จะเอาแก๊สลูกหาบยังต้องแบกขึ้นมาเลย ซาลาเปาให้อร่อยต้องใส่หมู ดูในตู้เย็นสิ่งที่เห็นผักล้วน ๆ เมื่อชีวิตไม่มีทางออก เราบอกเทวดาดีกว่า

 

                        เทวดา มาช่วยเลือกไส้ซาลาเปาถวายหลวงพ่อหน่อยนะ"

 

                        ในใจคุ้ม ๆ ต่อม ๆ มันจะสำเร็จหรือเปล่าครั้งนี้ อาจารย์คิดว่าเทวดาดลใจอาจารย์ ให้มาหยิบผักมาล้างให้สะอาด แล้วก็หั่นละเอียด ๆ ผัดเค็ม ๆ หวาน ๆ อาจารย์ก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงทำอย่างนั้น ทำเสร็จก็ใส่ถ้วยไว้ เอาแป้งต่าง ๆ ในตู้มาขยำ ๆ พร้อมกับพูดไปว่า

 

                        “เทวดาช่วยเราด้วยนะ ให้ขนมซาลาเปาของเราฟูนะ”

 

                        แล้วก็ปั้น ๆ เอาไส้เค็ม ๆ หวาน ๆ ใส่ ค่อย ๆ จีบ ตัดใจเอาไปนึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่มีชีส พร้อมกับบอกกับเทวดาว่า

 

                        “เทวดาเธออยู่ที่ไหนนะช่วยทำให้ขนมเราฟูหน่อยนะ”

 

                        เวลาก็ใกล้เพลเข้ามาทุกที หลวงพ่อกำลังจะเลิกปฏิบัติธรรมมาฉันเพล และแล้วก็ถึงเวลาตัดสินความเป็นซาลาเปา อาจารย์ค่อย ๆ เปิดฝาเหมือนลุ้นผลสอบ ไอน้ำที่พวยพุ่งปะทะใบหน้า ทำให้ยังเห็นภาพไม่ถนัดนัก หลังจากเอามือปัดไอน้ำออก ๒-๓ ครั้ง ภาพที่เห็นเป็นสิ่งที่แทบจะไม่น่าเชื่อ ซาลาเปาไส้ผัก ฟูกลมสวยอยู่ในถาด ทำทั้ง ๓ ลูก ฟูทั้ง ๓ ลูกเลย อาจารย์ดีใจมาก รีบยกออกมาจัดใส่จานไปถวายหลวงพ่อ หลวงพ่อมาฉันเพลพอดี ระยะทางจากห้องที่ใช้ปฏิบัติธรรมกับห้องครัวไกลกันอยู่ อาจารย์มั่นใจว่าหลวงพ่อไม่ได้ยินเสียงในครัวแน่นอน ไม่รู้แน่นอนว่าอาจารย์ทำอะไรบ้าง หลวงพ่อท่านฉันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเมนูเทวดาสนับสนุน


 

                        “เทวดาเกิดจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยกินซาลาเปาไส้ผัก”

 

                        ทำให้เป็นที่เฮฮาสำหรับสาธุชนที่ไปปฏิบัติธรรมด้วยกัน อาจารย์ปลื้มใจ เทวดาก็คงปลื้มด้วย ทุกอย่างที่เราทำอยู่ในสายตาหลวงพ่อจริง ๆ อยู่ที่ท่านจะบอกเราอย่างไรว่าท่านรู้ หลวงพ่อไม่กระทบใจคนท่านจะมีวิธีบอกให้เรารู้ และเราก็ปลื้มใจทุกครั้งที่ได้รู้ว่าความทุ่มเทของเราอยู่ในสายตาท่านเสมอ

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00058561563491821 Mins