คนในวัดก็ไม่ได้หมดกิเลส

วันที่ 17 พย. พ.ศ.2568

คนในวัดก็ไม่ได้หมดกิเลส

 

17-11-68_b31%281%29.jpg

 

 

                  ในการสร้างบารมีเราอยู่กับคนที่ยังไม่หมดกิเลส ตัวเราก็ยังไม่หมดกิเลส บางครั้งเราอาจจะเจอ เรื่องแย่ ๆ เรื่องกระทบใจ แต่อย่าลืมว่า เรามาอยู่วัดเพื่อสร้างบารมี ก็ต้องสร้างบารมีกันต่อไป ไม่มีก่อบาปเพิ่ม ต้องรู้จักยกไว้ ต้องรู้จักยกเว้น ถ้าเราไม่ถือสาทุกเรื่องที่ผ่านมาก็จะเป็นลมเป็นแล้ง ถ้าถือสาก็จะ เป็นเรื่องเป็นราว

 

                  คำพูดของครูไม่ใหญ่ สอนเราเสมอ ถ้าเราคิดสั้น ๆ ออกไปจากองค์กร ตัดโอกาสตัวเองไม่ได้มา สร้างบารมี เราก็เสร็จวิบากกรรมที่ เคยทำมา กรรมในอดีตติดตามเราอยู่ตลอด ที่เราใจตก น้อยใจ อยากออกจากองค์กร เพราะมารมันสอด เป็นเสียงลึกๆ ในใจค่อย ๆ สอนให้เราทำสบาย ๆ จริงๆ ไม่ใช่สบาย นั่นมักง่าย พอเรามักง่าย ก็ก่อกรรมชั่วได้ง่าย มารก็วางวิบากกรรมไว้ด้วย พอเราพลาดทำกรรมชั่วก็ ปรับคดีเราหนักเลย เอาวิบากติดตัวไปมากมาย ดังนั้น

 

                      “อย่ารักสบายเกินไปเพราะความสบายเป็นฝ่ายมาร เราต้องฝึกตัวเอง ทำหน้าที่ครูแทนหลวงพ่อ”

 

                       ตัวเรานั้นเกิดมาจากต้นธาตุต้นธรรมเพื่อสู้กับมาร ซึ่งธาตุธรรมของเราจะพิเศษกว่าคนอื่น ๆ เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาสร้างบุญบารมีอยู่ ในวัดแล้ว อธิษฐานว่าจะติดตามพระเดชพระคุณหลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยายแล้วออกไปใช้ชีวิตทางโลก ก็เปรียบเสมือนทหารหนีทัพ

 

                   เนื่องจากในชาติก่อนๆ ได้เคยอธิษฐานจิตไว้ว่า ให้ได้ติดตามหลวงพ่อไป แต่พอมาชาตินี้ตัวเอง จำความไม่ได้ว่าเคยได้อธิษฐานจิตไว้ ไม่ได้มาทำหน้าที่ของตน จึงกลายเป็นทหารหนีทัพ คนจำพวกนี้จะมี โทษอยู่ในขุมพิเศษ ภพภูมิพิเศษน่ากลัวมากทีเดียว เจอกันอีกทีเมื่อถึงที่สุดแห่งธรรม

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0002251148223877 Mins