วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ V-Star ณ แดนประสูติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สัมภาษณ์พิเศษ
เรื่อง : ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์    E-mail : [email protected]

 

V-Star ณ แดนประสูติพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

     แม้ประเทศเนปาลเป็นแดนประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่กลับนับถือศาสนาฮินดู ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักกับการที่จะนำโครงการเด็กดีวีสตาร์เข้าไปบุกเบิกยังประเทศที่ต่างความเชื่อ ต่างศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม...

    แต่ในความยากก็พอจะมีช่องทาง เพราะความตั้งใจจริงของ คุณพรสรร กำลังเอก ที่สวมหัวใจของการทำหน้าที่กัลยาณมิตรอย่างแท้จริง

 

     “ยอมรับว่า การไปบุกเบิกนำโครงการเด็กดีวีสตาร์ไปสู่เนปาล เป็นการทดสอบกำลังใจเราอย่างมาก เพราะการทำงานใหญ่ย่อมมีอุปสรรคเป็นธรรมดา แต่เนื่องจากงานนี้เราได้แรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่จาก หลวงพ่อธัมมชโย ที่เห็นท่านทำโครงการเด็กดีวีสตาร์ จนเยาวชนไทยเป็นล้าน ๆ คน เกิดการเปลี่ยนแปลงไป   ในทางที่ดีขึ้นมากมาย และที่สำคัญ หลวงพ่อทัตตชีโว ท่านก็เมตตาชี้แนะวิธีการทำงาน     มาให้ จึงทำให้เรามีแรงใจว่า..ครั้งหนึ่งในชีวิต เราต้องลองดูสักตั้ง อีกทั้งเรายังอยู่ในฐานะที่พอจะมีช่องทาง เนื่องจากเราและพระลูกชาย (พระประพุทธ พุทธิพโล) รู้จักกับ คุณเนอวานา ชอดรี ซึ่งครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของธุรกิจ    ที่รวยระดับต้น ๆ ของประเทศเนปาล มีธุรกิจในเครือถึง ๑๒ ประเภท และที่สำคัญ เขายังเป็นเจ้าของโรงเรียนถึง   ๙ โรงเรียน ที่มีนักเรียนถึง ๒,๕๐๐ คน ซึ่งพอเราทราบตรงนี้ ก็เห็นว่ามีความเป็นไปได้ทันที ด้วยเหตุนี้เราจึงคุยกับ          คุณเนอวานาว่าอยากจะนำโครงการเด็กดีวีสตาร์ไปสู่เนปาล”

 

    หลายคนอาจจะสงสัยว่า ความต่างทางศาสนาอาจเป็นอุปสรรคต่อการยอมรับโครงการเด็กดีวีสตาร์ไปให้เด็กนักเรียนที่นั่นทำ ซึ่งเราก็ได้คำตอบที่ชัดเจนจากคุณพรสรรทันทีว่า...

 

คุณพรสรร กำลังเอก


     “เราไม่ได้ไปเปลี่ยนศาสนาเขา แต่เราเอาความดีสากลไปสอนเด็ก ๆ ให้เขารักความสะอาด ความเป็นระเบียบ มีความสุภาพ     ตรงต่อเวลา และมีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ โดย   ฝึกผ่านกิจกรรม ๕ ห้องชีวิต ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตะท่านแนะนำไว้”    การทำโครงการเด็กดีวีสตาร์ที่ประเทศเนปาล เริ่มจากการแนะนำให้คุณเนอวานา   ฝึกสมาธิจนเห็นประโยชน์ของสมาธิด้วยตัวเอง จากนั้นคุณพรสรรก็คุยถึงวิธีการทำโครงการ    “เราแนะนำให้คุณเนอวานา ส่งครูแกนนำในโรงเรียนของเขาจำนวน ๔ คน       บินข้ามประเทศมานั่งสมาธิที่เมืองไทยเป็นเวลา ๗ วัน เพื่อนำวิธีฝึกสมาธิและวิธีการทำโครงการเด็กดีวีสตาร์กลับไปทำที่เนปาล โดยให้เด็ก ๆ ทำการบ้าน ๑๐ ข้อ อย่างต่อเนื่องหลายเดือน จากนั้นก็ให้คุณครูคัดเด็กจากโรงเรียนในเครือของคุณเนอวานาจำนวน       ๔ โรงเรียน ซึ่งได้แก่โรงเรียน D.P.S Biggunj, The Chandbagh School (New Block), The Chandbagh School (Main Block) และ            Campion School มาเข้าค่ายอบรม ซึ่งเขา      คัดมาได้ ๗๓ คน มีอายุระหว่าง ๙-๑๒ ปี     จากนั้นเราก็นิมนต์ทีมงานพระอาจารย์จาก                    วัดพระธรรมกายและเจ้าหน้าที่ที่วัดบินไป    ช่วยกันจัดค่าย ระหว่างวันที่  ๕–๑๐ ธันวาคม   พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งในช่วงเวลาที่จัดค่าย เราก็  เชิญคุณครูจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเพิ่มอีก                 ๕ โรงเรียน เพื่อมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ด้วย”

 

    เด็ก ๆ ที่เข้าฐานกิจกรรมประทับใจหลาย ๆ สิ่งที่เขาไม่เคยทำกันมาก่อน เช่น เรื่องการเช็ดเศษอาหารออกจากจานข้าวหลังจากทานอาหารเสร็จ หรือเรื่องการล้างห้องน้ำ    แรก ๆ เด็ก ๆ รู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลก แต่พอได้ลงมือทำจริง ๆ ก็รู้สึกชอบ สนุก และหลังจากทำแล้ว ก็รู้สึกสบายตา สบายใจ ที่โรงเรียนสะอาดขึ้นด้วยมือของพวกเขาเอง ดังที่    

 

 หนูน้อยมานาวี ซุปบรา บอกว่า...

    “ประทับใจการทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะว่าหนูไม่เคยทำความสะอาดห้องน้ำ   แบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ครั้งแรกที่หนูลองทำ หนูค่อนข้างขยะแขยงนิด ๆ รู้สึกว่า นี่มัน       เกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายแล้วหนูก็ไปช่วยแม่ทำความสะอาดด้วยกัน รู้สึกสนุกดี และคิดว่าไม่เห็นจะยากเลย และอีกอย่างหนึ่งหนูชอบการนั่งสมาธิค่ะ เป็นกิจกรรมที่หนูชอบมากที่สุด    ในโครงการเด็กดีวีสตาร์ ครั้งแรกที่หนูลอง

 

      นั่งสมาธิ รู้สึกว่าค่อนข้างยากนิดหนึ่ง แต่หลังจากได้ทำที่โรงเรียนบ่อย ๆ ทุก ๆ เช้าแล้ว หนูก็    พบว่ามันง่ายมาก หนูรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และสนุกมากกับการทำกิจกรรมแบบนี้กับเพื่อน ๆ ของหนูค่ะ”

 

    หลังจากนำโครงการเด็กดีวีสตาร์เข้ามาทำในโรงเรียน ทุกเช้าหลังเคารพธงชาติ เด็ก   ทั้งโรงเรียนจะต้องนั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน        และระหว่างคาบเรียนก็ให้นักเรียนทำจิต         ให้เป็นสมาธิ ๕ นาที ก่อนเริ่มเรียน ซึ่งเรื่องนี้          

 

    น้องรูดรา วิสวาคัสมา บอกว่า...

    “สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ การ         นั่งสมาธิ เพราะมันทำให้ผมมีความสุข           ผ่อนคลาย และไม่เครียด เมื่อก่อนผมเป็น       คนขี้โมโหแม้กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ตอนนี้ผมสามารถควบคุมความโกรธได้ และที่สำคัญ เมื่อผมหลับตาและทำใจให้สงบที่ศูนย์กลางกาย ผมรู้สึกตัวเบาคล้ายขนนก เหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ และผมก็เข้าไปอยู่ใน   ดวงกลมใส เมื่อผมลืมตาขึ้น ก็รู้สึกสดชื่นเหมือนกลายเป็นคนใหม่” การทำโครงการนี้ที่เนปาล ถือเป็นการทำในระดับลึก โดยมีการติดตามผลของนักเรียนถึงที่บ้าน คือตามไปสอบถามความประทับใจจากพ่อแม่ของเด็ก ๆ ดังตัวอย่างการติดตามผลเด็กใน

 

    ครอบครัวภัททัก 

    “ตั้งแต่ลูกได้เข้าร่วมโครงการเด็กดี       วีสตาร์ ลูกตื่นหกโมงเช้าเป็นประจำทุกวัน     เก็บห้องนอนจนเรียบร้อย บางครั้งก็ลุกมาทำความสะอาดห้องน้ำ บางครั้งปัดกวาดห้องตัวเอง ครอบครัวเราได้พบความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเลยครับ อย่างเช่น เมื่อก่อนลูก      ติดพ่อกับแม่มาก แต่ตอนนี้เขาพยายามทำ     ทุกสิ่งด้วยตัวเอง อีกทั้งยังทำเป็นขั้นเป็นตอน แบบ ๑-๒-๓-๔ จนตอนนี้เขาสามารถทำอะไร        หลาย ๆ อย่างได้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น” 

 

    ในการทำโครงการนี้ ทีมงานทุกคนเหนื่อยมาก ๆ แต่ก็ปลื้มใจ เพราะในเบื้องต้นถึงแม้คุณเนอวานาเห็นด้วยก็จริง แต่คณะผู้บริหารของโรงเรียนยังรู้สึกเฉย ๆ ไม่เข้าใจว่าทีมงาน   ไปทำอะไร แม้ตอนหลังพอจัดค่ายเสร็จแล้ว พวกเขาก็ยังมาพูดกับทีมงานเป็นการส่วนตัวว่า เขามองไม่ออกเลยว่า การที่ทีมงานไปทำโครงการนี้ให้เขานั้น ได้อะไรเป็นการตอบแทน อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้สึกซาบซึ้งกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่เกิดขึ้น ดังคำพูดของ          

 

 คุณบูชเชิน จันดรา เชนกรุง ผู้บริหาร CG Education Schools ที่กล่าวว่า...     

    “ผมขอขอบคุณ และรู้สึกซาบซึ้งที่ตัวแทนโครงการเด็กดีวีสตาร์ดั้นด้นมาจากประเทศไทย มาสานต่อโครงการนี้ที่ประเทศเนปาล ผมคิดว่า หากโครงการเด็กดีวีสตาร์     ได้ขยายไปทั่วโลก จะมีผลกระทบครั้งยิ่งใหญ่ ในฐานะที่ผมเป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษาของ   CG Education Schools ถือเป็นหน้าที่หลัก      ของผม ที่จะนำสิ่งดี ๆ อย่างนี้ไปบอกเพื่อน ๆ        ในแวดวงการศึกษาของประเทศเนปาล เพราะผมคิดว่า โครงการเด็กดีวีสตาร์ไม่ควรถูกเก็บไว้เฉพาะใน CG Education Schools เท่านั้น เพราะเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ไม่ใช่แค่ต่อเด็กนักเรียน ต่อครอบครัว และต่อโรงเรียนเท่านั้น แต่จะมีประโยชน์ต่อชาติของเราด้วย”
  

 ส่วน คุณเนอวานา ชอดรี ก็เปิดใจว่า...

       “ผมว่าโครงการนี้เป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบทีเดียว เป็นโครงการที่เปิดโอกาสใน       การสร้างความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ให้เกิดขึ้นกับเยาวชนในวันข้างหน้า เป็นโครงการที่เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย ด้วยการสอนให้เด็ก ๆ       ช่วยเหลือกัน ซึ่งทางผมได้รับคำแนะนำที่ประเมินค่าไม่ได้ และได้รับความช่วยเหลือในระดับที่สูงมากจากทุกท่านที่มาจากประเทศไทย

      ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่า นักเรียนกลุ่มแรกที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ จะกลายเป็นอนาคตของประเทศที่ใคร ๆ ต่างก็ต้องการ ผมอยากจะกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ได้อำนวยพรฝากมาให้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมโครงการนี้ รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งจนไม่รู้จะพรรณนาออกมาอย่างไร และขอเก็บความทรงจำนี้ไว้ เพราะสิ่งที่ทุกคนทุ่มเทแนะนำให้เรา จะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราและเด็ก ๆ ไปตลอดชีวิต” 

 

    หลังจากจัดกิจกรรมค่ายอบรมเสร็จ เมื่อทีมงานจะกลับเมืองไทย คณะครูและ        ผู้บริหารซึ่งรู้สึกผูกพันและซาบซึ้งกับทีมงานอย่างบอกไม่ถูก ต่างไม่อยากให้ทีมงานจากพวกเขาไป พวกเด็กนักเรียนก็ร้องไห้ และพากันเรียกคุณพรสรรว่า “Universal Mom” หรือ    “คุณแม่แห่งจักรวาล” ทำให้ทีมงานรู้สึกว่า    เด็ก ๆ สามารถสัมผัสถึงอานุภาพแห่งการให้    ที่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปในทิศทาง         ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ทุกคนยังฝากกราบขอบพระคุณพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่ดำริ   ทำโครงการดี ๆ มาให้พวกเขาด้วย ในส่วนของทีมงาน ทุกคนตั้งใจว่าจะทำโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง และจะกลับไปเนปาลอีก เพื่อขยายโครงการนี้เข้าไปยังทุกโรงเรียนในประเทศเนปาล

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๓๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล